| ค่าสิเข้ม ค่าสิเทา ค่าสิปรกติ

ความเป็นมา

      เขื่อนรัชชประภา มีชื่อเรียกดั้งเดิมว่า เขื่อนเชี่ยวหลาน เป็นเขื่อนอเนกประสงค์แห่งที่สองของภาคใต้ อยู่ในจังหวัดสุราษฏร์ธานี เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานนามให้ใหม่ว่า “เขื่อนรัชชประภา” มีความหมายว่า “แสงสว่างแห่งราชอาณาจักร”

ลักษณะเขื่อนและโรงไฟฟ้า

      เขื่อนรัชชประภา สร้างปิดกั้นลําน้ําคลองแสง ที่บ้านเชี่ยวหลาน ตําบลเขาพัง อําเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นเขื่อนหินถมแกนดินเหนียว สูง 94 เมตร ความยาวสันเขื่อน 761 เมตร และมีเขื่อนปิด กั้นช่องเขาขาดอีก 5แห่ง

อ่างเก็บน้ํา

      มีความจุ5,638.8 ล้านลูกบาศก์เมตร พื้นที่อ่างเก็บน้ํา 185 ตารางกิโลเมตร ปริมาณน้ํา ไหลเข้าอ่างเฉลี่ยปีละ 3,057 ล้านลูกบาศก์เมตร

โรงไฟฟ้า

      ตั้งอยู่บนฝั่งขวาของแม่น้ํา เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ติดตั้งเครื่องผลิตไฟฟ้า เครื่องละ 80,000 กิโลวัตต์จํานวน 3 เครื่อง รวมกําลัง การผลิต 240,000 กิโลวัตต์ให้พลังงานไฟฟ้าเฉลี่ยปีละประมาณ 554 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง

ลานไกไฟฟ้า

      ตั้งอยู่บนฝั่งซ้ายของแม่น้ํา ห่างจากโรงไฟฟ้า ประมาณ 100 เมตร ทําหน้าที่ส่งพลัง ไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้า ด้วยสายส่งไฟฟ้าขนาด 230 กิโลโวลต์ วงจรคู่ไปยังสถานี ไฟฟ้าแรงสูงสุราษฎร์ธานี ระยะทาง 50 กิโลเมตร และขนาด115 กิโลโวลต์วงจรคู่ไปยังสถานีไฟฟ้าแรงสูงพังงา ระยะทาง 82 กิโลเมตร เขื่อนรัชชประภา เริ่มดําเนินการก่อสร้าง เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2525 แล้วเสร็จในเดือนกันยายน 2530 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพร้อมด้วย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีได้เสด็จพระราช ดําเนินเปิดเขื่อนรัชชประภา และโรงไฟฟ้าพลังน้ํา เมื่อวันพุธที่ 30 กันยายน 2530

การดูแลด้านสังคม กฟผ.

      ได้ร่วมมือกับหน่วยราชการต่างๆ ให้ความช่วยเหลือราษฎรในเขตพื้นที่อ่างเก็บน้ํา จํานวน 385 ครอบครัว โดยจ่ายค่าทดแทนทรัพย์สินพร้อมทั้งจัดสรรที่อยู่อาศัยและที่ทํากินให้อย่างเป็นธรรม ภายใน หมู่บ้านมีสาธารณูปโภคและสาธารณูปการที่สําคัญครบถ้วน รวมทั้งการจัดฝึกอบรมส่งเสริมอาชีพรองให้แก่ ราษฎรอีกหลายโครงการ เช่น จัดอบรมเคหกิจแก่แม่บ้าน การตัดเย็บเสื้อผ้า ซ่อมบํารุงรักษาเครื่องกล ปลูก ผลไม้เป็นต้น นอกจากนี้กฟผ. ยังได้ร่วมมือกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์(ธกส.) จัดโครงการสินเชื่อ ส่งเสริมการปลูกยางในเขตโครงการและยังได้จัดสรรงบประมาณให้แก่กรมส่งเสริมสหกรณ์เพื่อดําเนินงานด้าน สหกรณ์การเกษตรควบคู่กันไปด้วย

ประโยชน์

•การชลประทานเพื่อการเพาะปลูก

      ปริมาณน้ําที่ปล่อยจากเขื่อนให้ประโยชน์ต่อการเพาะปลูก พืช บริเวณสองฝั่งแม่น้ําในตอนล่าง ในเขตท้องที่อําเภอบ้านตาขุนอําเภอคีรีรัฐนิคม และอําเภอพุนพิน สามารถทํานาปรัง และปลูกพืชในฤดูแล้งได้ผลดี • บรรเทาอุทกภัย การกักเก็บน้ําของเขื่อนในฤดูฝน จะช่วยลดความรุนแรงของสภาวะน้ําท่วมใน พื้นที่ตอนล่างได้เป็นอย่างดี

• การประมง

      อ่างเก็บน้ําของเขื่อนรัชชประภาเป็นแหล่งประมงน้ําจืดที่สําคัญ ทุกๆ ปีกฟผ. ได้ ปล่อยพันธุ์ปลาและกุ้งเป็นจํานวนมากลงไปในอ่างเก็บน้ํา สามารถให้ผลผลิตทางด้านการประมงเฉลี่ย ปีละ 300 ตัน ซึ่งเป็นการส่งเสริมรายได้ให้กับราษฎรในพื้นที่ได้อีกทางหนึ่ง

• การท่องเที่ยว

      ทัศนียภาพโดยรอบบริเวณเขื่อนและอ่างเก็บน้ํา สวยสดงดงาม และสงบร่มรื่น เหมาะแก่การไปเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ และสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวปีละกว่า 150,000 คน ให้ เดินทางมาเยี่ยมชมเขื่อนรัชชประภา

• การผลิตไฟฟ้า

      พลังน้ําจากเขื่อนสามารถนํามาผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ปีละ 315 ล้านกิโลวัตต์ ชั่วโมง ช่วยเสริมระบบไฟฟ้าในภาคใต้ให้มั่นคงยิ่งขึ้น นอกจากนี้น้ําที่ปล่อยผ่านเครื่องผลิตไฟฟ้ายังส่ง ต่อเพื่อใช้ประโยชน์ในด้านเกษตรกรรมบริเวณพื้นที่ท้ายน้ําอีกด้วย

• แก้ไขน้ําเสียและผลักดันน้ําเค็ม

      สภาพน้ําที่มีปริมาณน้อยของลําน้ําตาปี-พุมดวง ในฤดูแล้ง ทํา ให้เกิดภาวะน้ําเน่าเสียได้ง่าย ขณะเดียวกันบริเวณปากแม่น้ําจะมีน้ําเค็มรุกล้ําเข้ามาตามลําน้ํา น้ําที่ ปล่อยจากเขื่อนรัชชประภาจะช่วยเจือจางน้ําเสียในลําน้ํา และต้านทานการรุกล้ําของน้ําเค็มที่ปาก แม่น้ําได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การเดินทาง

      การเดินทางสู่เขื่อนรัชชประภา หากเดินทางโดยรถยนต์จากกรุงเทพฯใช้เส้นทางหลวง หมายเลข 4 ผ่านจังหวัดประจวบคีรีขันธ์จังหวัดชุมพร ถึงจังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นระยะทางประมาณ 660 กิโลเมตร จากนั้นใช้เส้นทางสุราษฎร์ธานี-ตะกั่วป่า ระยะทาง 66 กิโลเมตร แล้วแยกขวาไปตามถนนเข้าเขื่อน อีก 14 กิโลเมตร หากเดินทางโดยรถไฟ การรถไฟแห่งประเทศไทย ก็มีบริการเดินรถจากกรุงเทพฯ ไปลงที่ สถานีรถไฟสุราษฎร์ธานี (ตั้งอยู่ในเขตอําเภอพุนพิน) แล้วต่อรถรับจ้างเพื่อเข้าไปยังเขื่อนระยะทางประมาณ 60 กิโลเมตร

สถานที่ท่องเที่ยว

จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย อาทิ

• พระบรมธาตุไชยา

      ที่วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร อําเภอไชยา ก่อนถึงตัวเมืองประมาณ 54 กิโลเมตร เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งสร้างในสมัยศรีวิชัย เมื่อประมาณ 1200 ปี มาแล้ว

• สวนโมกขพลาราม

      หรือวัดธารน้ําไหล อยู่ก่อนถึงตัวเมืองประมาณ 50 กิโลเมตรเป็นสํานักสงฆ์ ที่ตั้งอยู่ในอุทยานที่สวยงามตามธรรมชาติและสงบร่มรื่น เหมาะแก่การวิปัสสนาธรรม มีศาลารวม ธรรมประมวลภาพบทกวีและคติธรรมไว้จํานวนมากซึ่งเรียกว่า"โรงมหรสพแห่งวิญญาณ"

• อุทยานแห่งชาติเขาสก

      จากตัวเมืองสุราษฎร์ธานี ใช้เส้นทางสายสุราษฎร์ธานี-ตะกั่วป่า (หมายเลข 401) ถึงกิโลเมตรที่ 109 มีแยกขวามือเข้าที่ทําการอุทยานประมาณ 1.5 กิโลเมตร สภาพ ทั่วไปเป็นป่าทึบครอบคลุมพื้นที่กว่า 400,000 ไร่ภายในบริเวณมีน้ําตก และถ้ําหลายแห่ง มีบริการ บฃ้านพักสําหรับค้างแรม

• เกาะสมุย

      มีเนื้อที่ 247 ตารางกิโลเมตร มีหมู่เกาะใหญ่น้อยเรียงรายโดยรอบประมาณ 53 เกาะ เรียกว่า"อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง" เกาะสมุยอยู่ห่างจากอําเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานีราว 84 กิโลเมตร เดินทางโดยเรือเร็วประมาณ 3 ชั่วโมง หรือประมาณ 2 ชั่วโมงโดยเรือเฟอรี่

• อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง

      ห่างจากเกาะสมุย ไปทางทิศตะวันตกประมาณ20 กิโลเมตร เปนหมู่เกาะที่มีความสวยงาม อุดมไปด้วยทรัพยากรทางทะเล เช่นปะการัง การเดินทางไปยังอุทยาน จากเกาะสมุยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที

• วัดถ้ําสิงขร

      ตั้งอยู่ริมแม่น้ําพุมดวง ตําบลถ้ําสิงขร อําเภอคีรีรัฐนิคม เป็นวัดโบราณเก่าแก่มาก วัดหนึ่ง สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา ภายในถ้ํามีพระพุทธรูปนั่งประทับห้อยพระบาทขนาดใหญ่ และ วัตถุโบราณหลายสมัย บริเวณรอบๆ เจดีย์และผนังถ้ํามีถ้วยชามสังคโลกจํานวนมากมายฝังอยู่

• เขาหน้าแดง

      อยู่ห่างจากที่ว่าการอําเภอพนม ประมาณ 4 กิโลเมตร จากเขาหน้าแดง ท่าน สามารถมองเห็นทิวทัศน์เบื้องล่างได้ไกล และบนเขานี้ยังมีน้ําตกที่สวยงามอีกด้วย

สรุป

      เขื่อนรัชชประภา เป็นโครงการพัฒนาแหล่งน้ําที่สําคัญแห่งหนึ่งในภาคใต้ ที่สร้างความมั่นคง ให้แก่ระบบไฟฟ้า และความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ และสังคมของประเทศชาติ นอกจากนี้ยังเป็น โครงการเฉลิมพระเกียรติฯ เนื่องในวโรกาสมหามงคลสมัยเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ และรัชมังคลาภิเษก ในปี2530 ซึ่งนับเป็นเกียรติอันยิ่งใหญ่ของ กฟผ. และชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานีด้วย

จัดทำโดย : การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย