| ค่าสิเข้ม ค่าสิเทา ค่าสิปรกติ

เขื่อนบางลาง

ความเป็นมา

โครงการโรงไฟฟ้าเขื่อนบางลางนับเป็นโครงการอเนกประสงค์แห่งหนึ่งตามแผนพัฒนาลุ่มน้ำปัตตานี โครงการนี้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยได้เข้ามาดำเนินการสำรวจและรวบรวมข้อมูลต่างๆเพิ่มเติม เพื่อใช้ประกอบการออกแบบงานด้านวิศวกรรมศาสตร์เรื่อยมา โดยให้สอดคล้องกับความต้องการใช้ไฟฟ้าในภูมิภาคส่วนนี้ ต่อมาคณะรัฐมนตรีได้มีอนุมัติให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยดำเนิน การก่อสร้างงานโครงการโรงไฟฟ้าเขื่อนบางลาง เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2516 โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยได้เร่งดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ เช่น การจัดหาแหล่งที่มาของการลงทุน การจัดทำรายละเอียด การเรียกประกวดราคางานก่อสร้างด้านโยธาของโครงการและอุปกรณ์เครื่องจักรต่างๆ

กฟผ. เขื่อนบางลาง เริ่มดำเนินการก่อสร้างมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2519 แล้วเสร็จเดือนมิถุนายน 2524 เขื่อนบางลาง เป็นเขื่อนอเนกประสงค์แห่งแรกของภาคใต้ การก่อสร้างได้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีก็ด้วยความเสียสละ ร่วมมือ ร่วมใจ จากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งจากราษฎรในพื้นที่ หน่วยงานราชการต่างๆ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ที่เข้ามาปฏิบัติงานในพื้นที่ เขื่อนแห่งนี้จึงมีขึ้นเพื่ออำนวยประโยชน์แก่ประชาชนในภูมิภาคนี้ของประเทศอย่างแท้จริง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนิน พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงประกอบพิธีเปิดเขื่อน เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2524

สถานที่ตั้ง

33 หมู่ 1 ตำบลเขื่อนบางลาง อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา 95130

ลักษณะเขื่อนและโรงไฟฟ้า

ลักษณะเขื่อน

เขื่อนบางลาง กั้นแม่น้ำปัตตานีที่บริเวณบ้านบางลาง ตำบลเขื่อนบางลาง อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา ห่างจากตัวอำเภอเมือง 58 กิโลเมตร ตัวเขื่อนเป็นเขื่อนหินถมแกนดินเหนียว มีความสูง 85 เมตร สันเขื่อนยาว 430 เมตร กว้าง 10 เมตร อ่างเก็บน้ำมีความจุ 1,420 ล้านลูกบาศก์เมตร พื้นที่รับน้ำเหนือเขื่อน 2,080 ตารางกิโลเมตร

อาคารโรงไฟฟ้า

ตั้งอยู่บนฝั่งขวาของแม่น้ำปัตตานี ติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้า จำนวน 3 เครื่อง ขนาดเครื่องละ 28,000 กิโลวัตต์ รวมกำลังผลิต 84,000 กิโลวัตต์ ให้พลังงานไฟฟ้าปีละประมาณ 289 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง

ลานไกไฟฟ้า

ตั้งอยู่บริเวณด้านหลังของอาคารโรงไฟฟ้า ไฟฟ้าที่ผลิตได้จะส่งมายังลานไกไฟฟ้าแห่งนี้ แล้วต่อไปยังสายส่งไฟฟ้าขนาด 115 กิโลวัตต์ 2 วงจร สู่สถานีไฟฟ้าแรงสูงยะลา ระยะทางประมาณ 40 กิโลเมตร เขื่อนบางลางได้เริ่มดำเนินการก่อสร้าง ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2519 เป็นต้นมา แล้วเสร็จในเดือนมิถุนายน 2524 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนิน พร้อมด้วย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ทรงประกอบพิธีเปิดเขื่อนบางลาง เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2524

การช่วยเหลือราษฎรอพยพ

เนื่องจากการก่อสร้างเขื่อนบางลาง ท้าให้ราษฎรที่อาศัยอยู่ในบริเวณท้องที่อำเภอบันนังสตา และอำเภอธารโต ซึ่งมีอยู่ประมาณ 1,100 ครอบครัวต้องถูกน้ำท่วมดังนั้น กฟผ. จึงได้ร่วมมือและประสานงาน กับหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ให้ความช่วยเหลือราษฎรดังกล่าว โดยจ่ายเงินค่าชดเชยที่ดินและทรัพย์สินในราคาที่เหมาะสมและเป็นธรรม รวมทั้งจัดสรรที่ท้ากินและที่อยู่อาศัยให้แก่ราษฎรครอบครัวละ 20 ไร่ โดยแบ่งเป็นที่อยู่อาศัย 2 ไร่ และที่เพาะปลูก 18 ไร่นอกจากนี้แล้วยังให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตร ส่งเสริมให้มีการจัดตั้งสหกรณ์โดยจัดตั้งวงเงินประมาณ 10 ล้านบาท ให้สมาชิกกู้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำและผ่อนส่งระยะยาวอีกด้วย

ประโยชน์จากเขื่อนและโรงไฟฟ้า

น้ำจากอ่างเก็บน้ำเขื่อนบางลางสามารถอำนวยประโยชน์ในด้านการชลประทานแก่พื้นที่เพาะปลูก ของจังหวัดยะลาและปัตตานีเป็นพื้นที่ 380,000 ไร่ซึ่งน้ำที่ปล่อยออกมาสามารถนำมาผลิตไฟฟ้าได้ เฉลี่ยปีละประมาณ 289 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง ช่วยส่งเสริมระบบไฟฟ้าในภาคใต้ให้มีความมั่นคงยิ่งขึ้น นับเป็นผลพลอยได้ที่มีคุณประโยชน์มหาศาลนอกจากนี้ อ่างเก็บน้ำเขื่อนบางลางยังช่วยบรรเทาอุทกภัยในบริเวณตอนล่าง ของลุ่มแม่น้ำปัตตานีที่เคยเกิดขึ้นเสมอได้เป็นอย่างดี รวมทั้งเป็นแหล่งประมงน้ำจืดที่สำคัญในภาคใต้ ที่ช่วยเสริมอาชีพและรายได้แก่ราษฎรที่อาศัยอยู่ใกล้เขื่อนและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดยะลาอีกด้วย

การดูแลด้านสังคม

กฟผ. เขื่อนบางลาง ได้ให้ความสำคัญต่อภารกิจของงานความรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชนและสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับภารกิจผลิตไฟฟ้า การทำงานด้านสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมอย่างมีส่วนร่วม เป็นการสนับสนุนและพัฒนาการดำเนินงานด้านชุมชนสัมพันธ์ให้เป็นระบบ และเกิดประโยชน์อย่างยั่งยืน ทั้งนี้เพื่อสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับชุมชน ให้สาธารณชนมีความรู้ความเข้าใจในภารกิจของ กฟผ. ก่อให้เกิดการร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินงานของ กฟผ. ให้ราบรื่นและประสบผลสำเร็จ รวมถึงส่งเสริมและพัฒนาชุมชน เพื่อนำไปสู่ผลลัพธ์ของการเป็นองค์กรที่ “รับผิดชอบต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม”

การเดินทาง

จังหวัดยะลาอยู่ห่างจากกรุงเทพมหานคร 1,084 กิโลเมตร ส่วนเขื่อนบางลางอยู่ห่างจากตัวเมืองยะลาไปทางหลวงสายยะลา-เบตง ที่กิโลเมตร 46+600 เข้าไปยังที่ตัวเขื่อนอีกประมาณ 12.5 กิโลเมตร

สถานที่ท่องเที่ยว

แม้ว่ายะลาจะเป็นจังหวัดเดียวในภาคใต้ ที่ไม่มีอาณาเขตติดต่อกับทะเลเลย แต่ยะลาก็มีแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามตามธรรมชาติที่น่าสนใจมากมาย อาทิ

  • ศาลหลักเมืองยะลา

    ตั้งอยู่ที่กลางวงเวียนหน้าศาลากลางจังหวัด เป็นที่เคารพนับถือของชาวจังหวัดยะลา และทุกๆปีทางจังหวัดได้จัดให้มีงานสมโภชเจ้าพ่อหลักเมืองในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม นับเป็นงานเทศกาลประจำปี ที่ยิ่งใหญ่งานหนึ่งของภาคใต้

  • สวนสาธารณะสนามช้างเผือก

    ตั้งอยู่กลางใจเมืองยะลาในเนื้อที่ 80 ไร่ ร่มรื่นไปด้วยดอกไม้ประดับนานาชนิด มีสระน้ำใสสะอาดและศาลากลางน้ำ เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชนทั่วไป

  • สวนขวัญเมือง

    เป็นสวนสาธารณะที่ทันสมัยและใหญ่ที่สุดในภาคใต้ ภายในบริเวณสวนมีทั้งทะเลสาบและสนามกีฬา

  • วัดคูหาภิมุข

    ชาวบ้านเรียกว่า "วัดหน้าถ้ำ" อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 6 กิโลเมตรภายในวัดนี้มีถ้ำใหญ่อยู่แห่งหนึ่งซึ่งเป็นที่ประดิษฐ์ฐานพระพุทธไสยาสน์ขนานใหญ่สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นสมัยศรีวิชัย รุ่งเรื่องราว พ.ศ. 1300 นอกจากนี้ภายในถ้ำยังมีหินงอกหินย้อยและน้ำใสสะอาดไหลรินจากโขดหินแลดูสวยงามยิ่งนัก

  • น้ำตกธารโต

    อยู่บนเส้นทางสายยะลา-เบตง ห่างจากตัวเมืองยะลาประมาณ 60 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่สวยงามมาก บรรยากาศร่มรื่นมากเหมาะแก่การพักผ่อนลักษณะภูมิประเทศแถบนี้งดงามล้วนลอมรอบไปด้วยภูเขาใหญ่ น้ำตกไหลพลิ้วลงมาจากยอดเขาเป็นชั้นๆถึง 3 ชั้น

  • บ่อน้ำร้อน

    อยู่ที่ตำบลตาเนาะแมเราะ ห่างจากที่ว่าการอำเภอเบตงเพียง 10 กิโลเมตร เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่มีน้ำพุเดือดขึ้นมาจากพื้นดิน มีผู้นิยมไปเที่ยวพักผ่อนและอาบน้ำแร่เป็นจำนวนมาก

  • อำเภอเบตง

    มีฉายาว่า "เมืองในหมอกและดอกไม้งาม" เป็นเมืองชายแดนที่น่าท่องเที่ยวมากที่สุดแห่งหนึ่ง อยู่ห่างจากตัวเมืองยะลา ประมาณ 126 กิโลเมตร เป็นเมืองที่ผสมผสานวัฒนธรรมของ ผู้คนต่างเชื้อชาติ ศาสนา และภาษาไว้อย่างกลมกลืนเหมาะเจาะ เบตงเป็นอำเภอที่มีความเจริญ เป็นที่ตั้งของตู้ไปรษณีย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และมีถนนเชื่อมโยงไปสู่เขตสหพันธรัฐมาเลเซียด้วย

  • หมู่บ้านซาไก

    อยู่ในพื้นที่อำเภอธารโต ห่างจากตัวเมืองยะลาประมาณ 80 กิโลเมตร บนเส้นทางสายยะลา-เบตง เป็นที่อยู่ของชนเผ่าพื้นเมืองที่เราเรียกว่า "เงาะ" หรือ "ซาไก" นับเป็นชนเผ่าพื้นเมืองดั้งเดิม เพียงเผ่าเดียวที่ยังหลงเหลืออยู่และดำรงชีวิตแบบดั้งเดิมที่น่าศึกษายิ่งนัก

  • ป่าบาลา-ฮาลาหรือป่าพรหมจารี

    เป็นผืนป่าสุดท้ายที่ใหญ่ที่สุดที่ยังหลงเหลือในแผ่นดินขวานทองนี้ มีพื้นที่ครอบคลุมสองจังหวัดคือ อำเภอสุคิริน อำเภอจะแนะ อำเภอศรีสาคร อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส และอำเภอบันนังสตา อำเภอธารโต อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ป่าบาลา-ฮาลา เป็นป่าดงดิบชื้น ลักษณะทั่วไปเป็นป่าเขาสูงขึ้นสลับซับซ้อนติดต่อกัน ในอดีตผืนป่าแห่งนี้ถูกปกคลุมไปด้วยกลิ่นไอของการต่อสู้ทำให้น้อยคนที่จะไปสัมผัส กับความงามของธรรมชาติที่ซ่อนเร้นอยู่ ปัจจุบันป่าบาลา-ฮาลา แห่งนี้ยังคงรักษาความงามของธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ไว้เพื่อรอคอยผู้ที่แสวงหาได้สัมผัสแหล่งทัศนียภาพที่หลากหลายและสวยงาม

  • ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง

    เป็นจุดชมทิวทัศน์มีทะเลหมอกให้ชมทุกเช้า และสามารถชมได้ตลอดปี เส้นทางในการเดินทางเป็นถนนลาดยางใกล้ถนนสาย 410 บริเวณ กม.33 ทางเข้าหมู่บ้านธารมะลิ ต.อัยเยอร์เวง จะมีป้ายตลอดทาง

  • เกาะหวด

    เกาะน้ำจืดขนาดเล็กที่ตั้งอยู่กลางทะเลสาบฮาลาบาลา ใช้เวลาประมาณ 50 นาที จากท่าเรือตาพะเยา หมู่ที่ 11 ต.แม่หวาด อ.ธารโต จ.ยะลา ก็ถึงเกาะทวด บนเกาะจะเป็นที่ประดิษฐานหลวงปู่ทวด

  • กิจการเรือแพชมอ่างเก็บน้ำเขื่อนบางลางและป่าบาลา-ฮาลา

    เป็นกิจการของชุมชนรอบๆเขื่อนบางลาง

ของดีรอบเขื่อน

  1. ปลาส้มฮาลาบาลา

    เป็นผลิตภัณฑ์จากกลุ่มส่งเสริมอาชีพบ้านสันติ 2 โดยใช้ปลาจากประมงน้ำจืดเขื่อนบางลาง อร่อย สด สะอาดถูกหลักอนามัย

  2. เครื่องแกงบ้านฉลองชัย

    เป็นผลิตภัณฑ์ส่งเสริมอาชีพจากกลุ่มแม่บ้านฉลองชัย

  3. ส้มแขกแช่อิ่ม

    เป็นผลิตภัณฑ์จากกลุ่มส่งเสริมอาชีพกลุ่มแม่บ้านสันติ 2

  4. กล้วยฉาบและขนมรังผึ้ง (ขนมดอกจอก)

    เป็นผลิตภัณฑ์จากกลุ่มส่งเสริมอาชีพบ้านสนามบิน

สรุป

เขื่อนบางลางเป็นเขื่อนอเนกประสงค์แห่งแรกของภาคใต้ ตามแผนพัฒนาลุ่มแม่น้ำปัตตานีการก่อสร้างได้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ก็ด้วยความเสียสละ ร่วมมือ ร่วมใจจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งจากราษฎรในพื้นที่ หน่วยราชการต่างๆ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ของ กฟผ. ที่เข้าไปปฏิบัติงานในพื้นที่ เขื่อนแห่งนี้จึงได้เกิดขึ้นและอำนวยประโยชน์แก่ประชาชนในภูมิภาคนี้ของประเทศอย่างแท้จริง

จัดทำโดย : การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย