| ค่าสิเข้ม ค่าสิเทา ค่าสิปรกติ
โรงไฟฟ้าน้ำพอง

ความเป็นมา

โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมน้ำพอง ปัจจุบันเป็นโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่สุดของภาคะวันออกเฉียงเหนือ ช่วยเพิ่มกำลังผลิตให้แก่ภูมิภาคนี้ได้อีกถึง 710,000 กิโลวัตต์ และสามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าปีละ 4,660 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง นอกจากนี้ยังเป็นโรงไฟฟ้าแห่งเดียวในภูมิภาคนี้ ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า

การสำรวจหาปิโตรเลียมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เริ่มดำเนินการเมื่อปี 2522 โดยบริษัท เอสโซ่เอ็กซพลอเรชั่น แอนด์ โปรดักชั่น โคราช อินคอร์ปอเรชั่น (ESSO Exploration and Production KhoratIncorporation) เป็นผู้ได้รับสัมปทานการสำรวจขุดเจาะ จากการสำรวจทางธรณีวิทยา พบว่าในพื้นที่ประมาณ 50,000 ตารางกิโลเมตร ของจังหวัดอุดรธานี และขอนแก่น มีแหล่งปิโตรเลียมอยู่ประมาณ 10 แห่ง ต่อมาในปี 2524 ได้ทำการสำรวจพบก๊าซที่ระดับความลึก 4,000 เมตร ที่อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น มีปริมาณสำรองประมาณ 1.5 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต บริษัทจึงได้เจรจาซื้อขายกับรัฐบาล และกำหนดแผนการพัฒนาแหล่งก๊าซน้ำพองเป็น 2 ระยะ โดยระยะแรกจะเป็นการทดสอบหลุมก๊าซ เพื่อประเมินปริมาณสำรองที่แน่นอนและเตรียมการพัฒนาการผลิตก๊าซในระยะยาว และระยะหลังของแผนจะเป็นการผลิตในเชิงพาณิชย์

ในระยะ 3 ปีแรก บริษัทสามารถผลิตก๊าซได้ประมาณวันละ 30 -60 ล้านลูกบาศก์ฟุต โดยเฉลี่ยไม่ต่ำกว่าวันละ 40 ล้านลูกบาศก์ฟุต จากหลุมน้ำพอง 1 และ 2 ซึ่งได้ทำการเจาะไว้แล้ว และจากหลุมที่ 4 – 5 ซึ่งบริษัทเจาะเพิ่มเติมกลางปี 2532 โดยช่วงนี้จะทำการตรวจสอบความดันของหลุมก๊าซ รวมทั้งขีดความสามารถในการผลิต เมื่อผลการทดสอบเป็นที่น่าพอใจ จึงได้เริ่มผลิตก๊าซในเชิงพาณิชย์ในระยะยาวซึ่งบริษัทยืนยันที่จะผลิตก๊าซในระดับประมาณวันละ 65 ล้านลูกบาศก์ฟุต เป็นระยะเวลาติดต่อกันไม่ต่ำกว่า15 ปี กฟผ. จึงได้ทำการศึกษาเพื่อก่อสร้างโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซธรรมชาติจากแหล่งดังกล่าวเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า

หลังจากทำการศึกษาความเหมาะสมและทบทวนอีกหลายครั้ง กฟผ. จึงเสนอโครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมน้ำพอง ชุดที่ 1 แก่รัฐบาล โดยได้รับอนุมัติเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2532 และเริ่มดำเนินการก่อสร้างในเดือน 16 พฤษภาคม 2532 ชุดที่ 2 ได้รับอนุมัติเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2534 และเริ่มดำเนินการก่อสร้างในเดือน 16 พฤษภาคม 2535

การก่อสร้างและเดินเครื่องจ่ายไฟเข้าสู่ระบบ

ชุดที่ 1 จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบ
กังหันแก๊สเครื่องที่ 1 26 พฤศจิกายน 2533
กังหันแก๊สเครื่องที่ 2 26 ธันวาคม 2533
กังหันไอน้ำ 29 สิงหาคม 2535
ชุดที่ 2 จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบ
กังหันแก๊สเครื่องที่ 1 15 มีนาคม 2536
กังหันแก๊สเครื่องที่ 2 11 เมษายน 2536
กังหันไอน้ำ 9 เมษายน 2537

ลักษณะโครงการ

โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมน้ำพอง ประกอบด้วยหน่วยผลิตไฟฟ้า 2 ชุด กำลังผลิตรวม 710,000 กิโลวัตต์

Block I = 355,000 KWBlock II = 355,000 KW
Gas Turbine 11 121,000 KW Gas Turbine 11 121,000 KW
Gas Turbine 12 121,000 KW Gas Turbine 12 121,000 KW
Combine Cycle 10 113,000 KW Combine Cycle 10 113,000 KW
Total 710,000 KW

งบประมาณ โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมน้ำพอง ชุดที่ 1 - 2 รวมทั้งสิ้น 14,947.55 ล้านบาท โดยแบ่งออกเป็นของโรงไฟฟ้าชุดที่ 1 รวม 6,412.58 ล้านบาท และชุดที่ 2 รวม 8,534.97 ล้านบาท

สถานที่ตั้ง

ตั้งอยู่เลขที่ 262 หมู่ที่ 1 ตำบลกุดน้ำใส อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น มีพื้นที่ 631 ไร่ ห่างจากตัวเมืองขอนแก่นไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 32 กิโลเมตร อยู่ระหว่างเส้นทางเข้าเขื่อนอุบลรัตน์ โดยห่างจากเขื่อนประมาณ 18 กิโลเมตร ห่างจากแหล่งก๊าซธรรมชาติหลุมน้ำพอง 3 กิโลเมตร และแหล่งสินภูฮ่อม 63 กิโลเมตร

ประโยชน์

  1. เพิ่มแหล่งผลิตไฟฟ้าของประเทศไทยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้มีความมั่นคงยิ่งขึ้น
  2. ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรธรรมชาติภายในประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุด
  3. ลดการส่งถ่ายพลังไฟฟ้าจากภาคเหนือและภาคกลางไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือลงได้มาก ทำให้การสูญเสียพลังงานไฟฟ้าในระบบส่งน้อยลงได้
  4. เป็นการกระจายงานสู่ท้องถิ่น เพิ่มรายได้ให้แก่ประชากร

การดูแลด้านสังคม

ด้วยการคำนึงถึงความผาสุกและผลประโยชน์ของชุมชนและสังคมในวงกว้าง จึงได้ดำเนินงานในการเสริมสร้างความสมบูรณ์ให้กับระบบเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม (CSR after Process) ผ่านการจัดกิจกรรมตามสมรรถนะหลักด้านสร้างการยอมรับให้กับสังคม อาทิ

  1. สนับสนุนสินค้าชุมชนเพื่อใช้เป็นสื่อที่ระลึกในโอกาสสำคัญ
  2. การจ้างแรงงานในท้องถิ่นเข้ามาทำงานในโรงไฟฟ้า
  3. ส่งเสริมให้มีพื้นที่ในการจำหน่ายสินค้าในโรงไฟฟ้า หรือ พื้นที่ กฟผ.
  4. โครงการส่งเสริมอาชีพ ด้วยการอบรม ศึกษาดูงาน
  5. โครงการส่งเสริมภูมิปัญญา-วัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น
  6. มอบผ้าห่มกันหนาวให้กับชุมชนเพื่อช่วยภัยหนาว
  7. สนับสนุนน้ำอุปโภค-บริโภคเพื่อช่วยภัยแล้ง
  8. การส่งเสริมด้านสาธารณประโยชน์
  9. โครงการส่งเสริมด้านสิ่งแวดล้อมโดยการอนุรักษ์พลังงาน อนุรักษ์ลำน้ำพอง การปลูกต้นไม้ การปล่อยปลาในลำคลองสาธารณะ ส่งเสริมการใช้จุลินทรีย์ในภาคครัวเรือน-สถานศึกษา และเกษตรกรรม
  10. ส่งเสริมด้านการศึกษาโดยมอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าน้ำพองและบุตร-ธิดาผู้ปฏิบัติงานจ้างเหมาในโรงไฟฟ้าน้ำพอง ซึ่งเป็นแรงงานในท้องถิ่น
  11. การเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ด้านการผลิตพลังงานไฟฟ้าให้กับผู้ที่สนใจทั่วประเทศ

การเดินทาง

จากตัวเมืองจังหวัดขอนแก่น ขับรถตามทางหลวงหมายเลข 2 (ถนนมิตรภาพ) สายขอนแก่น-อุดรธานี ประมาณ 27 กิโลเมตร ทางแยกซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 2109 (เส้นทางเข้าเขื่อนอุบลรัตน์) ต่อไปอีกประมาณ 7 กิโลเมตร ก็ถึงที่ทำการโรงไฟฟ้าน้ำพอง

สถานที่ท่องเที่ยว

  • พระธาตุขามแก่น

    เป็นสถานที่ศักสิทธิ์คู่แดนอิสาน อยู่ในวัดเจติยภูมิ ตำบลบ้านขาม อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น

  • กู่ประภาชัย หรือกู่บ้านนาคำน้อย

    เป็นโบราณสถานศิลาแลงประเภทอโรคยาศาลาสร้างขึ้นสมัยพุทธศตวรรษที่ 18 ตั้งอยู่บริเวณวัดกู่ประภาชัย บ้านนาคำน้อย ตำบลบัวใหญ่ อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น

  • เขื่อนหนองหวาย

    เป็นฝายน้ำล้นที่มีบรรยากาศที่สวยงาม ตั้งอยู่สะพานข้ามลำน้ำพอง ตรงข้ามโรงพยาลน้ำพอง ถนนมิตรภาพ อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น

  • อุทยานแห่งชาติน้ำพอง

    มีลักษณะสัณฐานเป็นเทือกเขาหินทรายสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางคล้ายกับเทือกเขาทั่วๆไป ซึ่งเทือกเขาเหล่านี้ทอดตัวเป็นแนวยาวจากทิศเหนือสู่ทิศใต้ ขนานกับอ่างเก็บน้ำเขื่อนอุบลรัตน์

  • วัดป่าคำหัวช้าง

    ตั้งอยู่บนโขดหินสูง ริมถนนมิตรภาพ (ขอนแก่น – อุดรธานี) หมู่ที่ 10 ตำบลม่วงหวาน อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น จากการสัมภาษณ์นายสมจิตร ประพฤตินอก ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 10 บ้านมิตรภาพ ตำบลม่วงหวาน ทราบว่า ศาลเจ้าปู่คำหัวช้าง ตั้งมานานกว่า 50 ปีเกิดมา ก็เห็นมีอยู่แล้ว ลักษณะเป็นอาคารเล็ก ๆ มีรูปปั้นปู่คำหัวช้างสำหรับผู้เคารพเข้ามากราบไหว้ และในบริเวณศาลฯ จะมีองค์พระพุทธรูปปางห้ามญาติ ขนาดความสูง 5 เมตร มีรูปปั้นช้างตัวใหญ่ลักษณะนั่งหมอบกราบอยู่ด้านหน้าองค์พระพุทธรูป ซึ่งวัดป่าคำหัวช้างและชาวบ้านมิตรภาพ ตำบลม่วงหวาน จะคอยดูแลความเรียบร้อยของศาลเจ้าปู่คำหัวช้าง

ของดีรอบโรงไฟฟ้า

  • ข้าวเกรียบสมุนไพร บ้านหนองอ้อน้อย
  • มีดม่วงหวาน บ้านม่วงหวาน ม.13
  • ผลิตลูกไก่ไข่ บ้านปันน้ำใจ ม.11
  • ทอผ้าฝ้าย (ผ้าขาวม้า, ผ้าห่ม, ฯลฯ) บ้านม่วงหวาน ม.1, 13 บ้านสระกุด-บ้านสระแก้ว, บ้านโคกสูง ม.2, 5, 12
  • แปรรูปผลิตภัณฑ์ผ้า บ้านคำบอน ม.4
  • ผลิตภัณฑ์จักรสานไม้ไผ่ บ้านโคกสว่าง ม.3, 10
  • เครื่องดนตรีพื้นบ้าน บ้านนิคม ม.9
จัดทำโดย : การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย