| ค่าสิเข้ม ค่าสิเทา ค่าสิปรกติ

โรงไฟฟ้าพระนครใต้

ความเป็นมา

ในปี พ.ศ. 2509 แหล่งผลิตไฟฟ้าขนาดใหญ่ในประเทศไทยมีเพียง 2 แห่งคือ โรงไฟฟ้าพระนครเหนือและโรงไฟฟ้าเขื่อนภูมิพล ในขณะที่ความต้องการไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วตาม ความเจริญเติบโตของบ้านเมือง กฟผ. จึงวางแผนการขยายแหล่งผลิตไฟฟ้าทั้งระบบพลังน้ำและพลังงานความร้อนเพื่อให้เกิดความมั่นคงในระบบไฟฟ้า โดยใช้ชื่อแผนการนี้ว่าโครงการ 5 ปี

โครงการ 5 ปี เป็นแผนพัฒนาพลังงานไฟฟ้า ในช่วง พ.ศ. 2510 - 2514 มีจุดประสงค์เพื่อขยายแหล่งผลิตไฟฟ้าโดยใช้โรงไฟฟ้าพลังความร้อนเป็นแหล่งผลิตหลักและ โรงไฟฟ้าพลังน้ำเป็นแหล่งผลิตเสริมในช่วงความต้องการไฟฟ้าสูง วิธีนี้ช่วยให้มีต้นทุนการผลิตต่ำและมีความมั่นคงในระบบไฟฟ้าสูงสุด

โรงไฟฟ้าพระนครใต้ได้รับการบรรจุไว้ในโครงการ 5 ปีได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2510 และได้เริ่มก่อสร้างใน พ.ศ. 2510 นั้น โดยกฟผ. ทำการปรับปรุง ที่ดินซึ่งเดิมเป็นท้องร่องสวนแล้วจึงตัดถนนต่อไปถึงหัวงานเป็นระยะ 2.5 กิโลเมตร จากนั้นได้สร้างสะพานเขื่อนริมน้ำท่าเรือและติดตั้งปั้นจั่นสำหรับงานก่อสร้างฐานรากของอาคาร โรงไฟฟ้าเครื่องที่ 1 และ 2 ตั้งแต่ปลายปี พ.ศ. 2511 เป็นต้นมา

ต่อมาจึงเริ่มงานก่อสร้างส่วนประกอบอื่นๆ เช่น อาคารชักน้ำ อุโมงค์ระบายน้ำ โรงเก็บพัสดุอาคารสถานีไฟฟ้าแรงสูง และติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้า อาทิ หม้อน้ำอุปกรณ์ สถานีไฟฟ้าแรงสูงและแผงไฟฟ้าตัดตอนต่างๆ เป็นต้น จนกระทั่งการก่อสร้างทั้งหมดแล้วเสร็จและพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินประกอบพิธีเปิดโรงไฟฟ้าเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2515

สถานที่ตั้ง

โรงไฟฟ้าพระนครใต้ตั้งอยู่ที่ตำบลบางโปรง อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ห่างจากถนนสุขุมวิทไปทางทิศตะวันตกประมาณ 7 กิโลเมตร บนพื้นที่ 371 ไร่ ตัวโรงไฟฟ้าด้านหน้า ติดแม่น้ำเจ้าพระยาในระยะทางประมาณ 1.3 กิโลเมตร ทำให้สะดวกต่อการคมนาคมขนส่งอุปกรณ์และวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างตลอดจนการจ่ายไฟฟ้า เป็นการช่วยลดค่าใช้จ่ายในการลงทุนได้มาก

ลักษณะโรงไฟฟ้า

โรงไฟฟ้าพลังความร้อนเครื่องที่ 1 - 5

เริ่มแรกก่อสร้างเมื่อ พ.ศ. 2510 เป็นโรงไฟฟ้าพลังความร้อนใช้น้ำมันเตาเป็นเชื้อเพลิงมีหน่วยผลิตไฟฟ้า 5 เครื่อง เครื่องที่ 1 และ 2 มีกำลังผลิตเครื่องละ 200 เมกะวัตต์ เครื่องที่ 3 - 5 มีกำลังผลิตเครื่องละ 310 เมกะวัตต์ รวมกำลังผลิตทั้งสิ้น 1,330 เมกะวัตต์ สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ปีละ 9,320 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง การค้นพบ ก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยทำให้ กฟผ. มีนโยบายนำก๊าซธรรมชาติมาใช้เป็นเชื้อเพลิงแทนน้ำมันเตาในการผลิตไฟฟ้า ใน พ.ศ. 2524 กฟผ. จึงทำการดัดแปลงโรงไฟฟ้าให้สามารถใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงได้ด้วยการดัดแปลงแล้วเสร็จโดยลำดับ คือ เครื่องที่ 3 และ 5 แล้วเสร็จใน พ.ศ. 2524 เครื่องที่ 4 แล้วเสร็จใน พ.ศ. 2525 ส่วนเครื่องที่ 1 และ 2 แล้วเสร็จใน พ.ศ. 2528

ในปี พ.ศ. 2551 โรงไฟฟ้าพลังความร้อน เครื่องที่ 1 - 3 ปลดออกจากระบบในเดือนกรกฎาคมและในปี พ.ศ. 2561 เครื่องที่ 4 และ 5 ปลดออกจากระบบในเดือนกุมภาพันธ์

โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมชุดที่ 1

เพื่อให้แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าดำเนินโดยสอดคล้องกับความต้องการไฟฟ้าในช่วง พ.ศ. 2534 - 2539 กฟผ. ได้เสนอโครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมพระนครใต้ ชุดที่ 1 ต่อรัฐบาล และได้รับอนุมัติเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2534 โครงการนี้ประกอบด้วยหน่วยผลิตไฟฟ้ากังหันก๊าซจำนวน 2 เครื่อง กำลังผลิตเครื่องละ 110 เมกะวัตต์ และหน่วยผลิตไฟฟ้ากังหันไอน้ำ กำลังผลิต 115 เมกะวัตต์ จำนวน 1 เครื่อง รวมกำลังผลิต 335 เมกะวัตต์ ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง ประมาณวันละ 58 ล้านลูกบาศก์ฟุต และยังสามารถใช้น้ำมันดีเซลเป็น เชื้อเพลิงสำรองได้อีกด้วยหน่วยผลิตไฟฟ้ากังหันก๊าซทั้ง 2 เครื่อง และเริ่มต้นเดินเครื่องเชิงพาณิชย์เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2538

โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมชุดที่ 2

เป็นโครงการเร่งด่วนตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าที่ได้ปรับปรุงใหม่ เพื่อเสริมกำลังผลิตไฟฟ้าของ กฟผ. แทนโรงไฟฟ้าพลังความร้อนอ่าวไผ่ที่ต้องชะลอโครงการไป โครงการนี้ประกอบ ด้วยหน่วยผลิตไฟฟ้ากังหันก๊าซจำนวน 2 เครื่อง กำลังผลิตเครื่องละ 200 เมกะวัตต์ และหน่วยผลิตไฟฟ้ากังหันไอน้ำ กำลังผลิต 218 เมกะวัตต์ จำนวน 1 เครื่อง รวมกำลังผลิต 618 เมกะวัตต์โดยจะใช้ก๊าซธรรมชาติจากแหล่งอ่าวไทยเป็นเชื้อเพลิงหลักในอัตราเฉลี่ย ประมาณวันละ 100 ล้านลูกบาศก์ฟุต โดย กฟผ. ได้ว่าจ้างสถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำการศึกษาและจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม รวมทั้งวิธีแก้ไขไว้ด้วยรัฐบาลอนุมัติโครงการ เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2537 และเริ่มต้น เดินเครื่องเชิงพาณิชย์เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2541

โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมชุดที่ 3

เป็นหนึ่งโครงการตามแผนการพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP 2004) พ.ศ. 2547 - 2548 เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นตามการเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจ และอุตสาหกรรม โดยเฉพาะพื้นที่โดยรอบโรงไฟฟ้าพระนครใต้ ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลบางโปรง อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ มีโรงงานอุตสาหกรรมตั้งอยู่โดยรอบเป็นจำนวนมาก ถือได้ว่าเป็นศูนย์กลางการใช้ไฟฟ้า โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมพระนครใต้ชุดที่ 3 จะช่วยเข้ามาเสริมความมั่นคงในการจ่ายไฟฟ้าของระบบและเสริมกำลังผลิตสำรองของระบบ ให้เพียงพอยิ่งขึ้น อีกทั้งเป็นการลดการลงทุนด้านระบบไฟฟ้าและลดความสูญเสียในระบบส่งไฟฟ้าได้ และยังสามารถกู้สถานการณ์ได้อย่างรวดเร็วหากเกิดไฟตกหรือไฟดับขึ้น โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมพระนครใต้ชุดที่ 3 ประกอบด้วยหน่วยผลิตไฟฟ้ากังหันก๊าซจำนวน 2 เครื่อง กำลังผลิตเครื่องละ 246 เมกะวัตต์ และหน่วยผลิตไฟฟ้ากังหันไอน้ำ กำลังผลิต 275.6 เมกะวัตต์ จำนวน 1 เครื่อง รวมกำลังผลิต 767.6 เมกะวัตต์ ใช้ก๊าชธรรมชาติผสมจากประเทศเมียนมาร์และอ่าวไทยเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้าในอัตราสูงสุด ประมาณ 125 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน และเริ่มต้นเดินเครื่องเชิงพาณิชย์เมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2552

โรงไฟฟ้าทดแทนโรงไฟฟ้าพระนครใต้ระยะที่ 1

โรงไฟฟ้าทดแทนโรงไฟฟ้าพระนครใต้ระยะที่ 1 เป็นโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมเพื่อทดแทนกำลังการผลิตที่หายไปของโรงไฟฟ้าพลังความร้อนพระนครใต้ เครื่องที่ 1 - 5 เพื่อสนองความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศและรักษาความมั่นคงของระบบไฟฟ้า ตามแผนกำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2558 - 2579 (PDP 2015) ซึ่ง กฟผ. ได้ดำเนินการศึกษาความเหมาะสมโครงการพร้อมกับการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและได้รับความเห็นชอบรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (Environment and Health Impact Assessment : EHIA) จากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) และได้รับการอนุมัติการก่อสร้างจากคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2559 จากนั้น กฟผ. ได้ลงนามสัญญาจ้างก่อสร้างโรงไฟฟ้ากับผู้รับจ้าง เมื่อวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2560 ประกอบด้วยหน่วยผลิตไฟฟ้ากังหันก๊าซ และกังหันไอน้ำจำนวน 2 ชุด กำลังผลิตชุดละ 630.9 เมกะวัตต์ รวมกำลังผลิต 1261.8 เมกะวัตต์ ใช้ก๊าชธรรมชาติผสมจากประเทศเมียนมาร์และอ่าวไทยเป็นเชื้อเพลิงหลัก ในการผลิตไฟฟ้าในอัตราสูงสุดประมาณ 200.78 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน และยังสามารถใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิงสำรองได้อีกด้วย มีกำหนดเริ่มต้นเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2562

การดูแลด้านชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม

โรงไฟฟ้าพระนครใต้มีความมุ่งมั่นผลิตไฟฟ้าให้มีคุณภาพอย่างต่อเนื่องและสามารถบรรลุวิสัยทัศน์ พันธกิจของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เพื่อสร้างนวัตกรรมพลังงานไฟฟ้าเพื่อชีวิตที่ดีกว่า โดยได้ดำเนินการผลิตไฟฟ้าอย่างมั่นคง มีประสิทธิผล และประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยระบบบริหารงานคุณภาพที่เป็นมาตรฐานสากล โดยมุ่งเน้นการปรับปรุงพัฒนากระบวนการและการให้บริการ เพื่อสร้างความพึงพอใจแก่ลูกค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

มีการควบคุมและป้องกันผลกระทบที่เกิดจากการดำเนินงาน เช่น ด้านอากาศ (ฝุ่น, เขม่า) เสียง คุณภาพน้ำ กากของเสีย และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า รวมถึงการจัดการพลังงาน เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (Influence Impact) อย่างเป็นระบบ

มีการควบคุม ติดตาม ป้องกันอันตรายอัคคีภัย การเจ็บป่วย และโรคจากการทำงานอันจะเกิดกับผู้ปฏิบัติงาน ผู้รับเหมา และผู้เกี่ยวข้อง มุ่งมั่นสู่เป้าหมายสถิติอุบัติเหตุ จากการทำงานเป็นศูนย์ โดยใช้ระบบการประเมินความเสี่ยง/อันตรายต่างๆ ในการทำงาน เพื่อลดความสูญเสียต่อบุคคล ทรัพย์สิน และกระบวนการผลิต และยังส่งเสริม สนับสนุนชุมชน และสังคมในการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน

จัดทำโดย : การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย