| ค่าสิเข้ม ค่าสิเทา ค่าสิปรกติ
โรงไฟฟ้ากระบี่

ความเป็นมา

โรงไฟฟ้าลิกไนต์กระบี่ (โรงไฟฟ้าเดิม) เป็นโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนที่ใช้ถ่านหินลิกไนต์เป็นเชื้อเพลิงแห่งแรกและแห่งเดียวของภาคใต้ มีขนาดกำลังผลิตรวม 60 เมกะวัตต์ ประกอบด้วยโรงไฟฟ้าขนาด 20 เมกะวัตต์ จำนวน 3 เครื่อง เริ่มจ่ายกระแสไฟฟ้าได้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2507 และทำพิธีปลดโรงไฟฟ้าออกจากระบบเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2538 รวมอายุการใช้งาน 31 ปี

เนื่องจากความต้องการใช้กระแสไฟฟ้าในภาคใต้ตอนล่างฝั่งตะวันตก มีอัตราการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในปี พ.ศ. 2539 กฟผ. ได้เสนอโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังความร้อนแห่งใหม่ในบริเวณพื้นที่โรงไฟฟ้าเดิม โดยได้รับความเห็นชอบรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2540 และได้รับอนุมัติโครงการฯ จากคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2540

สถานที่ตั้ง

โรงไฟฟ้ากระบี่ ตั้งอยู่เลขที่ 112 หมู่ 2 ต.คลองขนาน อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ มีเนื้อที่ประมาณ 600 ไร่ โดยมีส่วนประกอบที่สำคัญ คือ

  1. โรงไฟฟ้าพลังความร้อน
  2. ระบบส่งไฟฟ้า
  3. ระบบขนส่งเชื้อเพลิง
  4. ระบบปรับสภาพน้ำ
  5. ระบบกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2)

ลักษณะโรงไฟฟ้า

โรงไฟฟ้าพลังความร้อน

โรงไฟฟ้ากระบี่ เป็นโรงไฟฟ้าพลังความร้อนที่ออกแบบให้ใช้น้ำมันเตาและก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง ได้ติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาดเครื่องละ 340 เมกะวัตต์ จำนวน 1 เครื่อง ภายในโรงไฟฟ้าติดตั้ง อุปกรณ์ควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆไว้ครบถ้วน จ่ายกระแสไฟฟ้าในเชิงพาณิชย์ ในปี พ.ศ. 2547 หากเกิดขัดข้องที่จุดหนึ่งจุดใดภายในโรงไฟฟ้าจะมีสัญญาณแจ้งเหตุและบอกวิธีแก้ไขในสาเหตุนั้นๆได้ทันที (Expert System) ในปัจจุบันได้ปรับปรุงกระบวนการผลิตให้สามารถใช้เชื้อเพลิงน้ำมันปาล์มร่วมกับน้ำมันเตาเพื่อเป็นการสนองนโยบายรัฐบาล ช่วยพยุงราคาน้ำมันปาล์มตกต่ำ แต่ทั้งนี้ กฟผ.จะดำเนินเป็นครั้งคราว เมื่อได้รับคำสั่งการจากรัฐบาลเท่านั้น ปัจจุบัน กฟผ.กำหนดให้โรงไฟฟ้ากระบี่เป็นโรงไฟฟ้าชนิด “Reserved Shutdown” มีหน้าที่เสริมความมั่นคงของระบบ

ระบบส่งไฟฟ้า

การส่งถ่ายพลังงานไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้ากระบี่ไปยังลานไกไฟฟ้าขนาดใหญ่บริเวณโรงไฟฟ้า เพื่อทำหน้าที่ในการส่งกระแสไฟฟ้าไปยังแหล่งใช้ไฟฟ้าด้วยระบบส่งไฟฟ้า ขนาด 115 กิโลโวลต์ และ 230 กิโลโวลต์ และไปยังสถานีไฟฟ้าแรงสูงต่างๆ เพื่อเสริมความมั่งคงในระบบส่งกำลังไฟฟ้าในภาคใต้ พร้อมรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าจากภาคอุตสาหกรรม ธุรกิจ การท่องเที่ยวและอื่นๆ ที่มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา

ระบบขนส่งเชื้อเพลิง

ปัจจุบันโรงไฟฟ้ากระบี่ใช้น้ำมันเตาเป็นเชื้อเพลิง โดยใช้เรือเดินทะเลขนส่งน้ำมันเตาจากแหล่งผลิตเข้าเทียบท่าที่ท่าเรือที่บริเวณช่องแหลมหินและสูบถ่ายน้ำมันเข้าถังเก็บน้ำมันขนาดความจุ 7 ล้านลิตร จำนวน 2 ถัง ที่คลังน้ำมันบ้านคลองรั้ว ต.ตลิ่งชัน อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ จากนั้นใช้ระบบส่งน้ำมันทางท่อ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 300 มิลลิลิตร ไปยังถังน้ำมันที่ตั้งอยู่ในบริเวณโรงไฟฟ้าขนาดความจุ 10 ล้านลิตร จำนวน 2 ถัง ระยะทางของท่อน้ำมันประมาณ 14.80 กิโลเมตร

ระบบปรับสภาพน้ำ

สำหรับการใช้น้ำในระบบการผลิตไอน้ำ ระบบกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์และเพื่อการอุปโภคบริโภค จำเป็นต้องมีการปรับสภาพน้ำให้มีคุณสมบัติเหมาะสมกับการใช้งาน โดยใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำของโรงไฟฟ้าเดิม มาใช้ในการผลิตน้ำที่มีคุณภาพที่เหมาะสมกับระบบต่างๆ

ส่วนน้ำสำหรับหล่อเย็น ใช้น้ำจากคลองปกาสัยสูบเข้าหอคอยหล่อเย็นและสูบต่อไปยังเครื่องควบแน่นไอน้ำเพื่อทำหน้าที่ระบายความร้อนให้กับไอน้ำที่ผ่านภายในเครื่องควบแน่นไอน้ำ น้ำหล่อเย็นที่ไหลออกจากเครื่องควบแน่น ไอน้ำจะมีอุณหภูมิสูงขึ้น ไหลกลับคืนสู่หอคอยหล่อเย็นเพื่อระบายความร้อนออก จนกลายเป็นน้ำเย็นตกลงสู่อ่างใต้หอคอยหล่อเย็น ผสมกับน้ำที่สูบมาจากคลองปกาสัยเพื่อส่งกลับไปหล่อเย็นที่เครื่องควบแน่นไอน้ำต่อไป น้ำเสียที่มีเคมีปนเปื้อนจากระบบปรับสภาพน้ำจะถูกปล่อยลงสู่ Neutralization Basin เพื่อปรับสภาพน้ำเสียให้เป็นกลางทางเคมีก่อนที่จะสูบไปยังบ่อตกตะกอน

น้ำทิ้งจากหอคอยหล่อเย็น ซึ่งเป็นน้ำที่หมุนเวียนในกระบวนการระบายควานร้อนจากเครื่องควบแน่น เมื่อมีความขุ่นและค่านำไฟฟ้าสูงเกินเกณฑ์กำหนด น้ำส่วนนี้จะถูกสูบไปยังบ่อพักน้ำ (Holding Pond) แล้วปล่อยทิ้งไว้ให้อุณหภูมิลดลงก่อนปล่อยลงสู่คลองปกาสัย

ระบบกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์

โรงไฟฟ้ากระบี่ ใช้เชื้อเพลิงน้ำมันเตาชนิดกำมะถันต่ำ ไม่เกินร้อยละ 0.5 พร้อมติดตั้งระบบเครื่องกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ชนิดเปียกมีประสิทธิภาพในการกำจัดก๊าซฯ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 เพื่อลดและควบคุม ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทางอากาศให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน โดยใช้หินปูนในกระบวนการกำจัดก๊าซฯ ซึ่งแหล่งแร่หินปูนได้มาจากการจัดซื้อจากเอกชน นอกจากนั้น ยังติดตั้งระบบเครื่องมือตรวจวัดคุณภาพอากาศ ที่ออกจากปล่องของโรงไฟฟ้า และบรรยากาศโดยรอบ แบบต่อเนื่องอัตโนมัติ โดยจะมีสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ จำนวน 4 สถานี ในบริเวณชุมชนโดยรอบพื้นที่โรงไฟฟ้ารัศมี 5 ก.ม.

มาตรฐานคุณภาพสิ่งแวดล้อม

โรงไฟฟ้ากระบี่ได้นำระบบมาตรฐานการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อม ISO 14001 มาใช้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 เพื่อให้ชุมชนเกิดความมั่นใจในการดูแลสิ่งแวดล้อมว่ามีคุณภาพ เป็นที่ยอมรับตามมาตรฐานสากลที่ใช้กันทั่วโลก ได้ผ่านการประเมินได้รับใบรับรองมาตรฐานการจัดการด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ISO 14001 จากสถาบันรับรองมาตรฐาน ไอเอสโอ (สรอ.) เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2549

ประโยชน์

โรงไฟฟ้าพลังความร้อนกระบี่ มีส่วนช่วยเสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในภาคใต้ฝั่งอันดามัน เกิดการจ้างงานภายในท้องถิ่น ส่งเสริมเศรษฐกิจ สังคม ชุมชน วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น

การดูแลด้านสังคม

โรงไฟฟ้าพลังความร้อนกระบี่ มีกิจกรรมเพื่อสังคมหลายด้าน เช่น การอนุรักษ์ธรรมชาติและส่งเสริมสิ่งแวดล้อมร่วมกับชุมชน เช่น โครงการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ โครงการปลูกป่าเพิ่มพื้นที่สีเขียว โครงการปลูกป่าชายเลน ปลูกหญ้าทะเล โครงการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น โครงการเพื่อการศึกษาและกีฬา โครงการบำเพ็ญประโยชน์เพื่อสาธารณะ โครงการส่งเสริมค่ายอบรม คุณธรรม จริยธรรมของเยาวชน โครงการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ โครงการทันตกรรมเคลื่อนที่ โครงการส่งเสริมอาชีพของชุมชน และกิจกรรมด้านศาสนา

การเดินทาง

โรงไฟฟ้ากระบี่ อยู่ห่างจากตัวเมืองกระบี่ 35 กิโลเมตร การเดินทาง จากตัวเมืองกระบี่ ขับมาตามถนนเพชรเกษม (ทางหลวงหมายเลข 4) มุ่งหน้าไปทางจังหวัดตรัง ผ่านสนามบินกระบี่ มายังอำเภอเหนือคลอง จากนั้นขับมาประมาณ 4 กม. จะถึงทางแยกเข้า กฟผ. (ด้านขวา) เลี้ยวเข้าซอยบ้านคลองเสียด-โรงไฟฟ้ากระบี่ ระยะทาง 8 กม.

สถานที่ท่องเที่ยว

  • พิพิธภัณฑ์ซากดึกดำบรรพพ์ (ตั้งอยู่ที่อาคารประชาสัมพันธ์ โรงไฟฟ้ากระบี่)

    พ.ศ.2504 กรมทรัพยากรธรณี ประเทศไทยและมหาวิทยาลัยมงต์เปลลิเย่ร์ ประเทศฝรั่งเศส ได้สำรวจซากสิ่งมีชีวิตมีกระดูกสันหลังโบราณหลายชนิดจากเหมืองถ่านหินลิกไนต์ อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ มีการขุดค้นพบซากดึกดำบรรพ์ของลิงชนิดใหม่ของโลก ที่มีสายพันธุ์เดียวกับมนุษย์ในปัจจุบัน มีชื่อว่า “สยามโมพิเทคัสอีโอซีนัส” ซากส่วนที่พบเป็นกรามและฟัน มีอายุเก่าแก่นานกว่า 35-37 ล้านปี การค้นพบนี้ได้สร้างข้อสันนิษฐานใหม่เกี่ยวกับต้นกำเนิดของมนุษย์ ว่าน่าจะมีศูนย์กลางของวิวัฒนาการในทวีปเอเชียและขยายไปทั่วโลก

    พ.ศ. 2533 ได้ขุดพบซากดึกดำบรรพ์ของเสือเขี้ยวดาบครั้งแรกในประเทศไทย มีอายุเก่าแก่กว่า 40 ล้านปี ซึ่งเสือเขี้ยวดาบนั้นถือเป็นสัตว์ดึกดำบรรพ์เลี้ยงลูกด้วยนมที่สูญพันธุ์ไปแล้วกว่า 10,000 ปี นอกจากนี้ ก็ยังมีการขุดค้นพบซากดึกดำบรรพ์อื่นๆ อีกมากมาย ส่วนใหญ่เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมประมาณ 27 ชนิด สัตว์เลื้อยคลานจำพวกงู เต่า จระเข้ 6 ชนิด ซากดึกดำบรรพ์ของหอย ปลาชนิดต่างๆ ซากดึกดำบรรพ์ของสมเสร็จ กระจง หนู รวมถึงสัตว์ต้นตระกูลเก่าแก่ที่สุดของฮิปโปโปเตมัส รวมถึงยังพบซากพืชใบเลี้ยงเดี่ยว ใบเลี้ยงคู่ ตลอดจนถึงซากของต้นไม้กลายเป็นถ่านหินอายุ 35 ล้านปีที่ยาว และสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่เคยพบมา โรงไฟฟ้ากระบี่จึงเป็นแหล่งเรียนรู้และศึกษาซากดึกดำบรรพ์ของสิ่งมีชีวิตที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศ

    พิพิธภัณฑ์ซากดึกดำบรรพพ์ เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.00 - 16.00 น. โดยไม่เสียค่าเข้าชม ติดต่อพิพิธภัณฑ์ซากดึกดำบรรพ์ โทร 075-635000 ต่อ 3300

  • สนามกอล์ฟปกาไสคันทรีคลับ กระบี่

    ตั้งอยู่ภายในโรงไฟฟ้ากระบี่ ต.คลองขนาน อ.เหนือคลอง จังหวัดกระบี่ครับ เป็นสนามขนาด 18 หลุม พาร์ 72 ระยะ 6546 หลา สนามแห่งนี้ เน้นการอนุรักษ์ธรรมชาติ โดยการใช้ปุ๋ยจุลินทรีย์ชีวภาพ ตามโครงการชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนของ กฟผ. ใช้บำรุงรักษาหญ้าและต้นไม้ภายในสนาม แทนการใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีทุกชนิด เพื่อรักษาสภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของนักกอล์ฟ

    ติดต่อสนามกอล์ฟ โทร 075-635000 ต่อ 3300

  • หมู่เกาะในทะเล อ.เหนือคลอง

    มีหมู่เกาะที่ผู้คนอาศัยอยู่และเป็นแหล่งท่องเที่ยว เช่น เกาะจำ เกาะศรีบอยา และมีชายหาดที่สำคัญ ได้แก่ หาดยาว หาดคลองเตาะ หาดเกาะจำ หาดหลังเกาะ ลักษณะเด่นของหมู่เกาะในทะเลเหนือคลอง มีความงดงามตามธรรมชาติและชายหาดสวย สะอาด ผู้สนใจ สามารถติดต่อเรือหางยาวนำเที่ยวของชุมชนได้ที่ ท่าเรือแหลมกรวด หมู่ที่ 8 ตำบลคลองขนาน และท่าเรือแหลมหิน หมู่ที่ 1 ต.ตลิ่งชัน อ.เหนือคลอง จ.กระบี่

  • น้ำพุร้อนกระบี่

    ตั้งอยู่บริเวณถนนเพชรเกษม หลักกิโลเมตรที่ 989-990 บ้านบางผึ้ง อำเภอเหนือคลอง ภายในมีบ่อน้ำร้อน 5 บ่อ ความร้อนประมาณ 40-50 องศาเซลเซียส และมีอ่างสำหรับแช่ตัวทำเป็นสระว่ายน้ำอยู่หลายจุด รวมถึงจุดบริการสำหรับเด็กๆ เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 8.00 - 17.00 น.

  • สุสานหอย 45 ล้านปี

    หลักฐานทางธรณีวิทยาที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของโลกที่พบใน จ.กระบี่ คือ สุสานหอย 45 ล้านปี ที่มีซากดึกดำบรรพ์ของหอยน้ำจืดชนิดต่าง ๆ สันนิษฐานว่าเมื่อหลายล้านปีก่อน บริเวณนี้เป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ที่มี หอยอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะหอยขม ต่อมาเกิดการเปลี่ยนแปลงบริเวณพื้นผิวโลก น้ำทะเลไหลเข้ามาท่วมบริเวณหนองน้ำจนหมด ทำให้ธาตุหินปูนในน้ำทะเลหล่อเปลือกหอยใต้น้ำจนเป็นเนื้อเดียวกัน กลายเป็นแผ่นหินแข็ง หนาประมาณ 40 ซ.ม. เมื่อแผ่นดินบริเวณนี้ถูกยกตัวสูงขึ้น ซากฟอสซิลเหล่านี้จึงปรากฎให้เห็นเป็นลานหินกว้างใหญ่อยู่เหนือชั้นของถ่านหินลิกไนต์ และหินดินดาน ซึ่งสุสานหอยอายุหลายล้านปีนี้ มีเพียง 3 แห่งในโลก คือ ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศญี่ปุ่น และประเทศไทย

  • อ่าวนาง - หาดนพรัตน์ธารา

    ชายหาดยาวประมาณ 6 กิโลเมตร มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจ ซึ่งต้องนั่งเรือออกไป คือ อ่าวไร่เลย์ หาดพระนางและถ้ำพระนาง ซึ่งอยู่ใกล้กัน น้ำทะเลสวยใส จึงเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว ส่วนหาดไร่เลย์ ชายหาดแห่งนี้ เป็นที่นิยมของผู้ที่ชื่นชอบกิจกรรมผจญภัย เพราะเป็นจุดปีนหน้าผาดีที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองไทย แต่ละปีจะมีนักปีนหน้าผาทั้งมืออาชีพและมือสมัครเล่น มาปีนหน้าผาที่นี่เป็นจำนวนมาก

ของดีรอบโรงไฟฟ้า

  • เรือหัวโหงจำลอง

    ผลิตภัณฑ์เรือหัวโทงจำลอง เป็นภูมิปัญญาการย่อส่วนเรือหัวโทง ซึ่งเป็นเรือที่เป็นเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ ของจังหวัดกระบี่ โดยนำเศษไม้ ที่เหลือจากการต่อเรือลำใหญ่ ซึ่งเป็นไม้เนื้อเหนียว จำพวกไม้ทัง ไม่แตก ไม่บิด มีความทนทาน อยู่ได้นานอย่างน้อย 10 ปี มาทำเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เหมาะเป็นของตกแต่งบ้าน เป็นของฝาก ของที่ระลึก

    ศูนย์เรียนรู้เรือหัวโทงบ้านคลองรั้ว ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ต.ตลิ่งชัน อ.เหนือคลอง จ.กระบี่

    ติดต่อ: นายสุเมธา คลองยวน ประธานกลุ่ม โทร 08-7626-4411

  • เม็ดมะม่วงหิมพานต์คั่ว

    เม็ดมะม่วงหิมพานต์ นอกจากรสชาติอร่อยแล้ว ยังมากด้วยคุณค่าทางโภชนาการ ทำให้ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคอย่างสูง กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านไร่ใหญ่ อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ ยังคงรักษาเอกลักษณ์กรรมวิธีการแปรรูป โดยการคั่วไฟแบบโบราณ ทำให้มีความอร่อย กรอบ มัน ที่สำคัญ มีกลิ่นหอมอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องปรุงแต่ง ผ่านรับรองจากคณะกรรมการอาหารและยา และได้รับคัดเลือกเป็นสินค้าโอทอป ระดับ 5 ดาว

    กลุ่มเม็ดมะม่วงหิมพานต์คั่วจะแท็ง ตั้งอยู่เลขที่ 53 หมู่ 1 ต.เหนือคลอง อ.เหนือคลอง จ.กระบี่

    ติดต่อ: นางแท็ง ศรีเกิด โทร 08-6276-8401, 0-7563-6620

  • ผลิตภัณฑ์จักสานจากเตยปาหนัน

    เป็นสินค้าของฝากประจำจังหวัดที่มีชื่อเสียง มีความสวยงาม ทนทาน ได้แก่ เสื่อปาหนัน หมอน กระเป๋า ซองบุหรี่ หมุกใส่ของเครื่องใช้สอย เป็นต้น จุดเด่นผลิตภัณฑ์ คือ เป็นงานฝีมือ หัตถกรรมท้องถิ่นที่มีความงาม ทั้งด้านรูปแบบ สีสัน ลวดลายในการจักสาน ใช้วัสดุในท้องถิ่น คือเตยปาหนัน ซึ่งเป็นพืชที่ขึ้นตามป่าชายหาด สะท้อนให้เห็นคตินิยมของท้องถิ่น ลักษณะวัฒนธรรม การประกอบอาชีพ การดำรงชีพ และลักษณะทางภูมิศาสตร์ของท้องถิ่น

    จังหวัดกระบี่ มีการสานเสื่อปาหนัน ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะต่างจากเครื่องจักสานแหล่งอื่นๆ ใช้วัสดุในท้องถิ่น ที่มีการสืบทอดภูมิปัญญาการสานมาจากบรรพบุรุษสู่ลูกหลาน และเรียนรู้กันภายในครอบครัว มีการสานไว้ใช้ในครัวเรือน

    กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรศรีบอยาสามัคคี ตั้งอยู่เลขที่ 86 หมู่ 6 ต.เกาะศรีบอยา อ.เหนือคลอง จ.กระบี่

    ติดต่อ: คุณวนิดา แหลมเกาะ โทร 08-7266-8488

ผ้าบาติก

เป็นสินค้าที่นักท่องเที่ยวนิยมซื้อเป็นของฝาก ส่วนใหญ่นิยมวาดเป็นภาพธรรมชาติ ภาพท้องทะเลสีสันสดใส ซึ่งมีหลากหลายผลิตภัณฑ์ เช่น ผ้าเช็ดหน้า ผ้าคลุมเตียง ผ้าปูที่นอน ฯลฯ สามารถหาเลือกซื้อได้ตามร้านขายของฝาก ในตัวเมืองกระบี่

จัดทำโดย : การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย