| ค่าสิเข้ม ค่าสิเทา ค่าสิปรกติ
โรงไฟฟ้ากระบี่

ความเป็นมา

โรงไฟฟ้าลิกไนต์กระบี่ (โรงไฟฟ้าเดิม) เป็นโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนที่ใช้ถ่านหินลิกไนต์เป็นเชื้อเพลิงแห่งแรกและแห่งเดียวของภาคใต้ มีขนาดกำลังผลิตรวม 60 เมกะวัตต์ ประกอบด้วยโรงไฟฟ้าขนาด 20 เมกะวัตต์ จำนวน 3 เครื่อง เริ่มจ่ายกระแสไฟฟ้าได้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2507 และทำพิธีปลดโรงไฟฟ้าออกจากระบบเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2538 รวมอายุการใช้งาน 31 ปี

เนื่องจากความต้องการใช้กระแสไฟฟ้าในภาคใต้ตอนล่างฝั่งตะวันตก มีอัตราการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในปี พ.ศ. 2539 กฟผ. ได้เสนอโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังความร้อนแห่งใหม่ในบริเวณพื้นที่โรงไฟฟ้าเดิม โดยได้รับความเห็นชอบรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2540 และได้รับอนุมัติโครงการฯ จากคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2540

สถานที่ตั้ง

โรงไฟฟ้ากระบี่ ตั้งอยู่เลขที่ 112 หมู่ 2 ต.คลองขนาน อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ มีเนื้อที่ประมาณ 600 ไร่ โดยมีส่วนประกอบที่สำคัญ คือ

  1. โรงไฟฟ้าพลังความร้อน
  2. ระบบส่งไฟฟ้า
  3. ระบบขนส่งเชื้อเพลิง
  4. ระบบปรับสภาพน้ำ
  5. ระบบกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2)

ลักษณะโรงไฟฟ้า

โรงไฟฟ้าพลังความร้อน

โรงไฟฟ้ากระบี่ เป็นโรงไฟฟ้าพลังความร้อนที่ออกแบบให้ใช้น้ำมันเตาและก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง ได้ติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาดเครื่องละ 340 เมกะวัตต์ จำนวน 1 เครื่อง ภายในโรงไฟฟ้าติดตั้ง อุปกรณ์ควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆไว้ครบถ้วน จ่ายกระแสไฟฟ้าในเชิงพาณิชย์ ในปี พ.ศ. 2547 หากเกิดขัดข้องที่จุดหนึ่งจุดใดภายในโรงไฟฟ้าจะมีสัญญาณแจ้งเหตุและบอกวิธีแก้ไขในสาเหตุนั้นๆได้ทันที (Expert System) ในปัจจุบันได้ปรับปรุงกระบวนการผลิตให้สามารถใช้เชื้อเพลิงน้ำมันปาล์มร่วมกับน้ำมันเตาเพื่อเป็นการสนองนโยบายรัฐบาล ช่วยพยุงราคาน้ำมันปาล์มตกต่ำ แต่ทั้งนี้ กฟผ.จะดำเนินเป็นครั้งคราว เมื่อได้รับคำสั่งการจากรัฐบาลเท่านั้น ปัจจุบัน กฟผ.กำหนดให้โรงไฟฟ้ากระบี่เป็นโรงไฟฟ้าชนิด “Reserved Shutdown” มีหน้าที่เสริมความมั่นคงของระบบ

ระบบส่งไฟฟ้า

การส่งถ่ายพลังงานไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้ากระบี่ไปยังลานไกไฟฟ้าขนาดใหญ่บริเวณโรงไฟฟ้า เพื่อทำหน้าที่ในการส่งกระแสไฟฟ้าไปยังแหล่งใช้ไฟฟ้าด้วยระบบส่งไฟฟ้า ขนาด 115 กิโลโวลต์ และ 230 กิโลโวลต์ และไปยังสถานีไฟฟ้าแรงสูงต่างๆ เพื่อเสริมความมั่งคงในระบบส่งกำลังไฟฟ้าในภาคใต้ พร้อมรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าจากภาคอุตสาหกรรม ธุรกิจ การท่องเที่ยวและอื่นๆ ที่มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา

ระบบขนส่งเชื้อเพลิง

ปัจจุบันโรงไฟฟ้ากระบี่ใช้น้ำมันเตาเป็นเชื้อเพลิง โดยใช้เรือเดินทะเลขนส่งน้ำมันเตาจากแหล่งผลิตเข้าเทียบท่าที่ท่าเรือที่บริเวณช่องแหลมหินและสูบถ่ายน้ำมันเข้าถังเก็บน้ำมันขนาดความจุ 7 ล้านลิตร จำนวน 2 ถัง ที่คลังน้ำมันบ้านคลองรั้ว ต.ตลิ่งชัน อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ จากนั้นใช้ระบบส่งน้ำมันทางท่อ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 300 มิลลิลิตร ไปยังถังน้ำมันที่ตั้งอยู่ในบริเวณโรงไฟฟ้าขนาดความจุ 10 ล้านลิตร จำนวน 2 ถัง ระยะทางของท่อน้ำมันประมาณ 14.80 กิโลเมตร

ระบบปรับสภาพน้ำ

สำหรับการใช้น้ำในระบบการผลิตไอน้ำ ระบบกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์และเพื่อการอุปโภคบริโภค จำเป็นต้องมีการปรับสภาพน้ำให้มีคุณสมบัติเหมาะสมกับการใช้งาน โดยใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำของโรงไฟฟ้าเดิม มาใช้ในการผลิตน้ำที่มีคุณภาพที่เหมาะสมกับระบบต่างๆ

ส่วนน้ำสำหรับหล่อเย็น ใช้น้ำจากคลองปกาสัยสูบเข้าหอคอยหล่อเย็นและสูบต่อไปยังเครื่องควบแน่นไอน้ำเพื่อทำหน้าที่ระบายความร้อนให้กับไอน้ำที่ผ่านภายในเครื่องควบแน่นไอน้ำ น้ำหล่อเย็นที่ไหลออกจากเครื่องควบแน่น ไอน้ำจะมีอุณหภูมิสูงขึ้น ไหลกลับคืนสู่หอคอยหล่อเย็นเพื่อระบายความร้อนออก จนกลายเป็นน้ำเย็นตกลงสู่อ่างใต้หอคอยหล่อเย็น ผสมกับน้ำที่สูบมาจากคลองปกาสัยเพื่อส่งกลับไปหล่อเย็นที่เครื่องควบแน่นไอน้ำต่อไป น้ำเสียที่มีเคมีปนเปื้อนจากระบบปรับสภาพน้ำจะถูกปล่อยลงสู่ Neutralization Basin เพื่อปรับสภาพน้ำเสียให้เป็นกลางทางเคมีก่อนที่จะสูบไปยังบ่อตกตะกอน

น้ำทิ้งจากหอคอยหล่อเย็น ซึ่งเป็นน้ำที่หมุนเวียนในกระบวนการระบายควานร้อนจากเครื่องควบแน่น เมื่อมีความขุ่นและค่านำไฟฟ้าสูงเกินเกณฑ์กำหนด น้ำส่วนนี้จะถูกสูบไปยังบ่อพักน้ำ (Holding Pond) แล้วปล่อยทิ้งไว้ให้อุณหภูมิลดลงก่อนปล่อยลงสู่คลองปกาสัย

ระบบกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์

โรงไฟฟ้ากระบี่ ใช้เชื้อเพลิงน้ำมันเตาชนิดกำมะถันต่ำ ไม่เกินร้อยละ 0.5 พร้อมติดตั้งระบบเครื่องกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ชนิดเปียกมีประสิทธิภาพในการกำจัดก๊าซฯ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 เพื่อลดและควบคุม ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทางอากาศให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน โดยใช้หินปูนในกระบวนการกำจัดก๊าซฯ ซึ่งแหล่งแร่หินปูนได้มาจากการจัดซื้อจากเอกชน นอกจากนั้น ยังติดตั้งระบบเครื่องมือตรวจวัดคุณภาพอากาศ ที่ออกจากปล่องของโรงไฟฟ้า และบรรยากาศโดยรอบ แบบต่อเนื่องอัตโนมัติ โดยจะมีสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ จำนวน 4 สถานี ในบริเวณชุมชนโดยรอบพื้นที่โรงไฟฟ้ารัศมี 5 ก.ม.

มาตรฐานคุณภาพสิ่งแวดล้อม

โรงไฟฟ้ากระบี่ได้นำระบบมาตรฐานการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อม ISO 14001 มาใช้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 เพื่อให้ชุมชนเกิดความมั่นใจในการดูแลสิ่งแวดล้อมว่ามีคุณภาพ เป็นที่ยอมรับตามมาตรฐานสากลที่ใช้กันทั่วโลก ได้ผ่านการประเมินได้รับใบรับรองมาตรฐานการจัดการด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ISO 14001 จากสถาบันรับรองมาตรฐาน ไอเอสโอ (สรอ.) เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2549

ประโยชน์

โรงไฟฟ้าพลังความร้อนกระบี่ มีส่วนช่วยเสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในภาคใต้ฝั่งอันดามัน เกิดการจ้างงานภายในท้องถิ่น ส่งเสริมเศรษฐกิจ สังคม ชุมชน วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น

การดูแลด้านสังคม

โรงไฟฟ้าพลังความร้อนกระบี่ มีกิจกรรมเพื่อสังคมหลายด้าน เช่น การอนุรักษ์ธรรมชาติและส่งเสริมสิ่งแวดล้อมร่วมกับชุมชน เช่น โครงการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ โครงการปลูกป่าเพิ่มพื้นที่สีเขียว โครงการปลูกป่าชายเลน ปลูกหญ้าทะเล โครงการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น โครงการเพื่อการศึกษาและกีฬา โครงการบำเพ็ญประโยชน์เพื่อสาธารณะ โครงการส่งเสริมค่ายอบรม คุณธรรม จริยธรรมของเยาวชน โครงการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ โครงการทันตกรรมเคลื่อนที่ โครงการส่งเสริมอาชีพของชุมชน และกิจกรรมด้านศาสนา

การเดินทาง

โรงไฟฟ้ากระบี่ อยู่ห่างจากตัวเมืองกระบี่ 35 กิโลเมตร การเดินทาง จากตัวเมืองกระบี่ ขับมาตามถนนเพชรเกษม (ทางหลวงหมายเลข 4) มุ่งหน้าไปทางจังหวัดตรัง ผ่านสนามบินกระบี่ มายังอำเภอเหนือคลอง จากนั้นขับมาประมาณ 4 กม. จะถึงทางแยกเข้า กฟผ. (ด้านขวา) เลี้ยวเข้าซอยบ้านคลองเสียด-โรงไฟฟ้ากระบี่ ระยะทาง 8 กม.

สถานที่ท่องเที่ยว

  • พิพิธภัณฑ์ซากดึกดำบรรพพ์ (ตั้งอยู่ที่อาคารประชาสัมพันธ์ โรงไฟฟ้ากระบี่)

    พ.ศ.2504 กรมทรัพยากรธรณี ประเทศไทยและมหาวิทยาลัยมงต์เปลลิเย่ร์ ประเทศฝรั่งเศส ได้สำรวจซากสิ่งมีชีวิตมีกระดูกสันหลังโบราณหลายชนิดจากเหมืองถ่านหินลิกไนต์ อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ มีการขุดค้นพบซากดึกดำบรรพ์ของลิงชนิดใหม่ของโลก ที่มีสายพันธุ์เดียวกับมนุษย์ในปัจจุบัน มีชื่อว่า “สยามโมพิเทคัสอีโอซีนัส” ซากส่วนที่พบเป็นกรามและฟัน มีอายุเก่าแก่นานกว่า 35-37 ล้านปี การค้นพบนี้ได้สร้างข้อสันนิษฐานใหม่เกี่ยวกับต้นกำเนิดของมนุษย์ ว่าน่าจะมีศูนย์กลางของวิวัฒนาการในทวีปเอเชียและขยายไปทั่วโลก

    พ.ศ. 2533 ได้ขุดพบซากดึกดำบรรพ์ของเสือเขี้ยวดาบครั้งแรกในประเทศไทย มีอายุเก่าแก่กว่า 40 ล้านปี ซึ่งเสือเขี้ยวดาบนั้นถือเป็นสัตว์ดึกดำบรรพ์เลี้ยงลูกด้วยนมที่สูญพันธุ์ไปแล้วกว่า 10,000 ปี นอกจากนี้ ก็ยังมีการขุดค้นพบซากดึกดำบรรพ์อื่นๆ อีกมากมาย ส่วนใหญ่เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมประมาณ 27 ชนิด สัตว์เลื้อยคลานจำพวกงู เต่า จระเข้ 6 ชนิด ซากดึกดำบรรพ์ของหอย ปลาชนิดต่างๆ ซากดึกดำบรรพ์ของสมเสร็จ กระจง หนู รวมถึงสัตว์ต้นตระกูลเก่าแก่ที่สุดของฮิปโปโปเตมัส รวมถึงยังพบซากพืชใบเลี้ยงเดี่ยว ใบเลี้ยงคู่ ตลอดจนถึงซากของต้นไม้กลายเป็นถ่านหินอายุ 35 ล้านปีที่ยาว และสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่เคยพบมา โรงไฟฟ้ากระบี่จึงเป็นแหล่งเรียนรู้และศึกษาซากดึกดำบรรพ์ของสิ่งมีชีวิตที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศ

    พิพิธภัณฑ์ซากดึกดำบรรพพ์ เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.00 - 16.00 น. โดยไม่เสียค่าเข้าชม ติดต่อพิพิธภัณฑ์ซากดึกดำบรรพ์ โทร 075-635000 ต่อ 3300

  • สนามกอล์ฟปกาไสคันทรีคลับ กระบี่

    ตั้งอยู่ภายในโรงไฟฟ้ากระบี่ ต.คลองขนาน อ.เหนือคลอง จังหวัดกระบี่ครับ เป็นสนามขนาด 18 หลุม พาร์ 72 ระยะ 6546 หลา สนามแห่งนี้ เน้นการอนุรักษ์ธรรมชาติ โดยการใช้ปุ๋ยจุลินทรีย์ชีวภาพ ตามโครงการชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนของ กฟผ. ใช้บำรุงรักษาหญ้าและต้นไม้ภายในสนาม แทนการใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีทุกชนิด เพื่อรักษาสภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของนักกอล์ฟ

    ติดต่อสนามกอล์ฟ โทร 075-635000 ต่อ 3300

  • หมู่เกาะในทะเล อ.เหนือคลอง

    มีหมู่เกาะที่ผู้คนอาศัยอยู่และเป็นแหล่งท่องเที่ยว เช่น เกาะจำ เกาะศรีบอยา และมีชายหาดที่สำคัญ ได้แก่ หาดยาว หาดคลองเตาะ หาดเกาะจำ หาดหลังเกาะ ลักษณะเด่นของหมู่เกาะในทะเลเหนือคลอง มีความงดงามตามธรรมชาติและชายหาดสวย สะอาด ผู้สนใจ สามารถติดต่อเรือหางยาวนำเที่ยวของชุมชนได้ที่ ท่าเรือแหลมกรวด หมู่ที่ 8 ตำบลคลองขนาน และท่าเรือแหลมหิน หมู่ที่ 1 ต.ตลิ่งชัน อ.เหนือคลอง จ.กระบี่

  • น้ำพุร้อนกระบี่

    ตั้งอยู่บริเวณถนนเพชรเกษม หลักกิโลเมตรที่ 989-990 บ้านบางผึ้ง อำเภอเหนือคลอง ภายในมีบ่อน้ำร้อน 5 บ่อ ความร้อนประมาณ 40-50 องศาเซลเซียส และมีอ่างสำหรับแช่ตัวทำเป็นสระว่ายน้ำอยู่หลายจุด รวมถึงจุดบริการสำหรับเด็กๆ เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 8.00 - 17.00 น.

  • สุสานหอย 45 ล้านปี

    หลักฐานทางธรณีวิทยาที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของโลกที่พบใน จ.กระบี่ คือ สุสานหอย 45 ล้านปี ที่มีซากดึกดำบรรพ์ของหอยน้ำจืดชนิดต่าง ๆ สันนิษฐานว่าเมื่อหลายล้านปีก่อน บริเวณนี้เป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ที่มี หอยอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะหอยขม ต่อมาเกิดการเปลี่ยนแปลงบริเวณพื้นผิวโลก น้ำทะเลไหลเข้ามาท่วมบริเวณหนองน้ำจนหมด ทำให้ธาตุหินปูนในน้ำทะเลหล่อเปลือกหอยใต้น้ำจนเป็นเนื้อเดียวกัน กลายเป็นแผ่นหินแข็ง หนาประมาณ 40 ซ.ม. เมื่อแผ่นดินบริเวณนี้ถูกยกตัวสูงขึ้น ซากฟอสซิลเหล่านี้จึงปรากฎให้เห็นเป็นลานหินกว้างใหญ่อยู่เหนือชั้นของถ่านหินลิกไนต์ และหินดินดาน ซึ่งสุสานหอยอายุหลายล้านปีนี้ มีเพียง 3 แห่งในโลก คือ ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศญี่ปุ่น และประเทศไทย

  • อ่าวนาง - หาดนพรัตน์ธารา

    ชายหาดยาวประมาณ 6 กิโลเมตร มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจ ซึ่งต้องนั่งเรือออกไป คือ อ่าวไร่เลย์ หาดพระนางและถ้ำพระนาง ซึ่งอยู่ใกล้กัน น้ำทะเลสวยใส