| ค่าสิเข้ม ค่าสิเทา ค่าสิปรกติ

ความเป็นมา

ความต้องการพลังไฟฟ้าในภาคใต้นับวันจะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ถึงแม้ว่าในภาคนี้จะมีโรงไฟฟ้าขนอมซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าหลักที่มีกําลังผลิตไฟฟ้าสูง และยังมีโรงไฟฟ้าพลังน้ําอยู่อีกหลายแห่งแล้วก็ตาม แต่ความต้องการไฟฟ้ายังคงมีมากกว่ากําลังผลิตไฟฟ้าของภาคใต้ทั้งหมดรวมกัน ต้องอาศัยการส่งพลังไฟฟ้าจาก ภาคกลางส่วนหนึ่งและสายส่งเชื่อมโยงจากประเทศมาเลเซียอีกส่วนหนึ่งเข้ามาเสริม กอปรกับการเจริญเติบโตทั้งทางด้านเศรษฐกิจ และสังคมในภาคนี้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นตัวแปรสําคัญ ที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) จะต้องหาแหล่งผลิตไฟฟ้าแห่งใหม่ๆ เข้ามาช่วยส่งเสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในภาคใต้อย่างต่อเนื่อง

สถานการณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าในภาคใต้

การขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจและสังคมของภาคใต้
เป็นปัจจัยสําคัญที่ทําให้ความต้องการไฟฟ้าเพิ่มขึ้นในแต่ละปีจากสถิติความต้องการใช้ไฟฟ้าของภาคใต้ในช่วง
10 ปีที่ผ่านมา ก่อนที่จะมีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าสุราษฎร์ธานีแห่งใหม่ พบว่าภาคใต้มีความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่ม
สูงขึ้นเฉลี่ยเกือบถึงร้อยละ 10 โดยที่ ผ่านมาภาคใต้มีความต้องการไฟฟ้าสูงสุดถึง 1,130 เมกะวัตต์ในขณะที่
กําลังผลิตของภาครวมกันทั้งสิ้นเพียง 1,136 เมกะวัตต์ถึงแม้ว่าจะมีการส่งพลังไฟฟ้าผ่านระบบเชื่อมโยงภาค
กลางกับภาคใต้ และรับไฟฟ้าจากระบบเชื่อมโยงระหว่างไทย-มาเลเซียแล้วก็ตาม แต่ยังขาดความมั่นคงใน
ระบบไฟฟ้า ซึ่งหากสายส่งเชื่อมโยงเกิดการขัดข้อง จะส่งผลให้เกิดไฟฟ้าไม่เพียงพอ หรือเกิดไฟฟ้าดับในระบบ
ในที่สุดดังนั้น โรงไฟฟ้าสุราษฎร์ธานีจึงเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าสําคัญที่จะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงในระบบจ่ายไฟฟ้า เพื่อสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมธุรกิจ การท่องเที่ยว และอื่นๆ ในภาคใต้ให้เจริญรุดหน้าไปพร้อมๆ กัน
กับการพัฒนาประเทศ

สถานีที่ตั้ง

โรงไฟฟ้าสุราษฎร์ธานีตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกันกับที่ตั้งโรงไฟฟ้าสุราษฎร์ธานีเดิม ในท้องที่ตําบลเขาหัวควาย อําเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานีบนพื้นที่รวม 115 ไร่ ห่างจากตัวจังหวัดไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 401 เป็นระยะทางประมาณ 21 กิโลเมตรการดําเนินงานก่อสร้างโรงไฟฟ้า กฟผ. ได้ก่อสร้างโรงไฟฟ้าสุราษฎร์ธานีขึ้นใหม่ เพื่อทดแทนโรงไฟฟ้าเดิม ซึ่งหมดอายุการใช้งานและได้ปลดออกจากระบบไปเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2542 โรงไฟฟ้าแห่งใหม่นี้เป็นโรงไฟฟ้าประเภทกังหันก๊าซ ประกอบด้วยเครื่องกําเนิดไฟฟ้ากังหันก๊าซ จํานวน 2 เครื่อง ขนาดกําลังผลิตเครื่องละ 122 เมกะวัตต์รวมกําลังผลิตไฟฟ้า 244 เมกะวัตต์ซึ่งเครื่องกําเนิดไฟฟ้าทั้ง 2 เครื่อง ได้รื้อย้ายมาจากโรงไฟฟ้ากังหันก๊าซ ไทรน้อย อําเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรีกฟผ. เริ่มงานก่อสร้างตัวโรงไฟฟ้าเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2542 และแล้วเสร็จสามารถจ่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบเมื่อวันที่ 1 เมษายน และวันที่ 13พฤษภาคม พ.ศ. 2544 ตามลําดับ

การใช้เชื้อเพลิง

กฟผ. ได้ออกแบบให้โรงไฟฟ้าสุราษฎร์ธานีสามารถใช้ก๊าซธรรมชาติและน้ํามันดีเซลเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า ตามแผนการเดินเครื่องจะใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลัก ซึ่งคาดว่าจะใช้ประมาณ72 ล้าน ลูกบาศก์ฟุตต่อวัน และจะใช้น้ํามันดีเซลเป็นเชื้อเพลิงสํารองในกรณีที่ระบบส่งก๊าซขัดข้อง หากจําเป็นต้องใช้น้ํามันดีเซล จะใช้ในปริมาณสูงสุดประมาณ 1.7 ล้านลิตรต่อวัน โดย กฟผ. มีถังเก็บน้ํามันสํารองขนาด 8 ล้านลิตร จํานวน 2 ถัง ที่สามารถใช้เป็นเชื้อเพลิงสํารองได้ประมาณ 9 วันในการจัดส่งก๊าซธรรมชาติให้กับโรงไฟฟ้าสุราษฎร์ธานีนั้นจะดําเนินการโดยบริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน) ซึ่ง ปตท. มีแผนงานสร้างท่อส่งก๊าซธรรมชาติขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 20 นิ้วเชื่อมต่อจากโรงแยกก๊าซขนอมที่อําเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราชมายังโรงไฟฟ้า ระยะทางประมาณ 80 กิโลเมตร สามารถจัดส่งก๊าซธรรมชาติได้ประมาณ 150ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันสําหรับการจัดส่งน้ํามันดีเซลนั้น ปตท. จะขนส่งด้วยรถบรรทุกน้ํามันจากคลังน้ํามันที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีไปส่งยังโรงไฟฟ้า

มาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม

เพื่อให้การดําเนินงานโรงไฟฟ้าเป็นไปอย่างต่อเนื่องปราศจากปัญหาสิ่งแวดล้อมที่อาจมีผลกระทบต่อชุมชน กฟผ. จึงได้ว่าจ้างบริษัทเซ้าท์อีสท์เอเซียเทคโนโลยีจํากัด เป็นผู้ดําเนินการจัดทํารายงานศึกษาและวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมครอบคลุมทุกด้านตามหลักวิชาการรวม 23 สาขา อาทิด้านคุณภาพอากาศ คุณภาพน้ํา เสียง ระบบนิเวศวิทยาทางน้ํสาธารณสุข ชีวอนามัยและความปลอดภัย ทรัพยากร สังคมและเศรษฐกิจ การคมนาคมและขนส่ง ฯลฯ พร้อมทั้งมีมาตรการป้องกันแก้ไข ติดตาม ตรวจสอบผลกระทบ สิ่งแวดล้อม เสนอสํานักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อมพิจารณา และได้รับความเห็นชอบเมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2543 การดําเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมนั้นกฟผ. ได้ดําเนินการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2535 และตามมาตรฐานที่หน่วยงานของรัฐกําหนดอย่างเคร่งครัด ตั้งแต่เริ่มดําเนินงานก่อสร้างโครงการจนกระทั่งดําเนินงานแล้วเสร็จและจ่ายกระแสไฟฟ้า พร้อมทั้งได้มีมาตรการติดตามตรวจสอบและรายงานผล เสนอคณะกรรมการนโยบาย และแผนสิ่งแวดล้อมพิจารณาเป็นประจําทุกๆ 6 เดือน นอกจากนี้โรงไฟฟ้าสุราษฎร์ธานียังได้รับการรับรองระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐาน ISO 14001 อีกด้วยฝ่ายสื่อสารองค์การ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

การพัฒนาคุณภาพชีวิตราษฎร์

นอกเหนือจากผลิตไฟฟ้าพัฒนาประเทศอันเป็นภารกิจหลักและใส่ใจสิ่งแวดล้อมแล้ว กฟผ. ถือนโยบายปฏิบัติตนเสมือนเป็นส่วนหนึ่งของสังคม จึงให้ความสําคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนและชุมชนบริเวณรอบโรงไฟฟ้า โดยจัดกิจกรรมส่งเสริมและเกื้อหนุนสังคมในด้านต่างๆ อาทิส่งเสริมอาชีพราษฎร จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกตรวจรักษาโรคโดยไม่คิดมูลค่า สนับสนุนด้านการศึกษาของเยาชน สนับสนุนด้านศาสนารวมทั้งสร้างสาธารณประโยชน์ให้แก่ชุมชนฯลฯ

แผนงานในอนาคต

กฟผ. มีแผนติดตั้งเครื่องกําเนิดไฟฟ้ากังหันไอน้ําขนาด 100 เมกะวัตต์เครื่องผลิตไอน้ํา และอุปกรณ์ประกอบอื่นๆ เพิ่มเติมเข้าไปในระบบผลิตไฟฟ้าร่วมกับโรงไฟฟ้ากังหันก๊าซที่มีอยู่ในปัจจุบันเพื่อพัฒนาโรงไฟฟ้าสุราษฎร์ธานีให้เป็นโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม โดยจะนําก๊าซร้อนที่มีอุณหภูมิสูงที่เกิดจากกระบวนการผลิตไฟฟ้าของเครื่องกังหันก๊าซมาผ่านเครื่องผลิตไอน้ําเพื่อนําไปใช้ในการเดินเครื่องกําเนิดไฟฟ้ากังหันไอน้ํา ได้อีกครั้ง แทนที่จะระบายออกทางปล่องระบายไอเสียของเครื่องกังหันก๊าซซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้าอีกร้อยละ 50 โดยไม่ต้องใช้เชื้อเพลิงต่างๆ เพิ่ม หากเริ่มดําเนินการก่อสร้างจะใช้ระยะเวลาในการดําเนินงานประมาณ 34 เดือน ใช้งบประมาณค่าก่อสร้างประมาณ 5,100 ล้านบาท

สรุป

โรงไฟฟ้าสุราษฎร์ธานีเป็นโรงไฟฟ้ากังหันก๊าซด้วยคุณสมบัติของโรงไฟฟ้าประเภทนี้จึงสามารถ
เดินเครื่องจ่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบได้อย่างรวดเร็ว นับเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าสําคัญที่ช่วยเสริมความมั่นคงของระบบ
ในช่วงที่มีความต้องการไฟฟ้าสูงสุดในภาคใต้ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้โรงไฟฟ้าแห่งนี้ยังเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้า
สํารอง ในกรณีที่ระบบไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้เกิดการขัดข้องอีกด้วยในอนาคต เมื่อ กฟผ. ดําเนินการพัฒนาให้
เป็นโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมแล้วเสร็จ โรงไฟฟ้า สุราษฎร์ธานีจะเป็นโรงไฟฟ้าหลัก ที่มีขนาดกําลังผลิตรวม
ประมาณ 300 เมกะวัตต์ สามารถอํานวยประโยชน์ด้านพลังงาน และรองรับการขยายตัวทั้งทางด้าน
อุตสาหกรรม ธุรกิจ การท่องเที่ยว รวมทั้งการขยายตัวของประชากรได้อย่างเพียงพอ มั่นคง และมี
ประสิทธิภาพเชื่อถือได

จัดทำโดย : การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย