| ค่าสิเข้ม ค่าสิเทา ค่าสิปรกติ
โรงไฟฟ้าจะนะ

ความเป็นมา

พลังงานไฟฟ้านับเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ และนับวันจะยิ่งทวีบทบาทมากขึ้น ทั้งต่อชีวิตประจำวันและสังคมส่วนรวม เนื่องจาก การขยายตัวของประชากร ชุมชนการอุตสาหกรรม การลงทุน การศึกษา หรือแม้แต่การท่องเที่ยว

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในฐานะที่รับผิดชอบต่อการจัดหา และผลิตพลังงานไฟฟ้าให้เพียงพอต่อความต้องการของประเทศ จึงวางแผนสร้างโรงไฟฟ้าแห่งใหม่เพื่อขยายกำลังผลิตเพิ่มขึ้น โครงการโรงไฟฟ้าจะนะจึงเป็นโครงการหนึ่งที่บรรจุอยู่ในแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของ กฟผ. พ.ศ. 2547 - 2558 เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงให้กับระบบไฟฟ้าในภาคใต้ โดยเฉพาะภาคใต้ตอนล่างซึ่งมีแนวโน้มการขยายตัวทางเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่องและมีการลงทุนค่อน ข้างสูง ทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าภาคใต้เพิ่มขึ้นถึง 1,500 เมกะวัตต์ ในขณะที่ภาคใต้มีโรงไฟฟ้า ที่สามารถจ่ายไฟได้ตลอดเวลาประมาณ 1,100 เมกะวัตต์ คือโรงไฟฟ้าขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช ประมาณ 800 เมกะวัตต์ ซึ่งใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง และโรงไฟฟ้ากระบี่ จังหวัดกระบี่ ประมาณ 300 เมกะวัตต์ ซึ่งใช้น้ำมันเตาเป็นเชื้อเพลิง นอกจากนั้นเป็นโรงไฟฟ้าพลังน้ำประมาณ 300 เมกะวัตต์ ซึ่งจะเดินเครื่องเสริมระบบไฟฟ้าเฉพาะช่วงที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดแต่ละวันได้แก่โรงไฟฟ้าเขื่อนรัชชประภา จังหวัด สุราษฎร์ธานี ประมาณ 240 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าเขื่อนบางลาง จังหวัดยะลา ประมาณ 70 เมกะวัตต์ เมื่อกำลังผลิตจากโรงไฟฟ้าที่สามารถจ่ายได้ตลอดเวลามีน้อย กฟผ. จึงทำการถ่ายเทไฟฟ้าผ่านสายส่งไฟฟ้าแรงสูงจาก ภาคกลาง มาช่วยประมาณ 350 เมกะวัตต์ หากภาคกลางมีปริมาณไฟฟ้าเหลือเพียงพอ นอกจากนี้ได้ทำสัญญาซื้อไฟฟ้าจากมาเลเซีย อีกประมาณ 300 เมกะวัตต์ เป็นเวลา 3 ปี ตั้งแต่ปี 2547 - 2550 จึงทำให้ภาคใต้มีไฟฟ้าใช้

ดังนั้นภาคใต้จึงควรมีโรงไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพและทำให้ระบบไฟฟ้ามีความมั่นคงมากขึ้นกว่าปัจจุบัน กฟผ. เล็งเห็นว่าจังหวัดสงขลาเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจการลงทุนที่หลากหลายและยังเป็นจังหวัดที่มีความต้องการไฟฟ้าสูงสุด ประกอบกับเป็นจังหวัดที่มีแหล่งเชื้อเพลิงธรรมชาติ จากพื้นที่พัฒนาร่วม ไทย-มาเลเซีย ที่สามารถนำมาใช้ผลิตไฟฟ้า

สถานที่ตั้ง

โรงไฟฟ้าจะนะ ตั้งอยู่ที่ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา

ลักษณะโรงไฟฟ้า

โรงไฟฟ้าจะนะมีขนาดกำลังผลิตประมาณ 700 เมกะวัตต์ ประกอบด้วย เครื่องผลิตไฟฟ้ากังหันแก๊สจำนวน 2 เครื่อง เครื่องผลิตไอน้ำจำนวน 2 เครื่อง และ เครื่องผลิตไฟฟ้ากังหันไอน้ำจำนวน 1 เครื่อง โดยใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง ซึ่งจะใช้ก๊าซธรรมชาติวันละ 130 ล้านลูกบาศก์ฟุต สามารถรองรับความต้องการ การใช้ไฟฟ้าภาคใต้ที่เพิ่มขึ้นปีละ 6 เปอร์เซ็นต์ ได้เป็นอย่างดี

โรงไฟฟ้าจะนะ เป็นโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม ( Combined Cycle Power Plant ) ที่มีประสิทธิภาพสูง มีขนาดกำลังผลิตประมาณ 731 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าจะนะ 1 ชุด ประกอบด้วย เครื่องผลิตไฟฟ้ากังหันก๊าซ ( Gas Turbine ) ขนาดกำลังผลิตติดตั้งประมาณ 242 เมกะวัตต์ จำนวน 2 เครื่อง เครื่องผลิตไอน้ำแรงดันสูง ( Heat Recover Steam Generator : HRSG ) จำนวน 2 เครื่อง และเครื่องผลิตไฟฟ้ากังหันไอน้ำ ( Steam Turbine ) ขนาดกำลังผลิตติดตั้งประมาณ 248 เมกะวัตต์ จำนวน 1 เครื่อง

ลักษณะการทำงานของโรงไฟฟ้าจะนะ เป็นการนำเอาเทคโนโลยีของโรงไฟฟ้ากังหันก๊าซ และโรงไฟฟ้าพลังไอน้ำ มาใช้งานเป็นระบบร่วมกัน โดยการนำไอเสียจากกังหันก๊าซ ซึ่งมีความร้อนสูงประมาณ 500 องศาเซลเซียส ไปผ่านหม้อกำเนิดไอน้ำ (Heat Recovery Steam Generator) และถ่ายเทความร้อนให้กับน้ำ ทำให้น้ำเดือดกลายเป็นไอ เพื่อขับกังหันไอน้ำสำหรับผลิตพลังงานไฟฟ้าต่อไป

ส่วนประกอบที่สำคัญของโรงไฟฟ้าจะนะ ประกอบด้วย

  1. เครื่องกังหันก๊าซ (Siemens SGT5-4000F Gas Turbine)
  2. หม้อกำเนิดไอน้ำ
  3. เครื่องกังหันไอน้ำ

หลักการทำงานของกังหันก๊าซ (Gas Turbine)

  1. เครื่องอัดอากาศจะอัดอากาศให้มีความดันสูง 8-10 เท่า
  2. อากาศความดันสูงจะถูกส่งเข้าไปยังห้องเผาไหม้ที่มีเชื้อเพลิงก๊าซเพื่อทำการเผาไหม้
  3. อากาศร้อนในห้องเผาไหม้เกิดการขยายตัว ทำให้มีความดันและอุณหภูมิสูง
  4. ส่งอากาศนี้ไปดันกังหันก๊าซ
  5. เพลาของกังหันก๊าซจะอยู่แกนเดียวกันกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า

หลักการทำงานของเครื่องกังหันไอน้ำ (Steam Turbine)

ไอน้ำที่มีอุณหภูมิและความดันสูงจากท่อนำไอน้ำจะไหลเข้าสู่เครื่องกังหันไอน้ำผ่านทางวาล์วของระบบควบคุม เพื่อควบคุมการไหลของไอน้ำที่จะไปหมุนกังหันไอน้ำ ให้เหมาะสมกับความเร็วรอบหรือภาวะที่ต้องการ จากนั้นไอน้ำก็จะไหลเข้าสู่ตัวกังหันโดยมีเพลาหมุนและใบพัดติดตั้งอยู่ภายในตัวถัง เพลานี้จะถูกรองรับด้วยแบริ่ง (Bearing) เมื่อไอน้ำไหลเข้ามาในตัวกังหันไอน้ำทำให้ความเร็วการไหลของไอน้ำในตัวกังหันสูงขึ้น ไอน้ำที่ความเร็วสูงนี้จะไปปะทะกับใบพัด (Moving Blade) ที่ติดอยู่กับเพลา ทำให้เกิดแรงผลักดันให้เพลาของกังหันหมุน โดยเพลาของกังหันจะอยู่แกนเดียวกันกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า เมื่อไอน้ำผ่านชุดของใบพัดจนครบ ความดันและอุณหภูมิของไอน้ำ จะลดลง ไอน้ำก็จะไหลออกจากกังหันเข้าสู่เครื่องควบแน่น เมื่อไอน้ำไหลเข้าสู่เครื่องควบแน่น ไอน้ำจะถ่ายเทความร้อนผ่านท่อ และเปลี่ยนสถานะเป็นน้ำบริสุทธิ์อีกครั้งหนึ่ง

การดูแลด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม

การดำเนินงาน

โครงการโรงไฟฟ้าจะนะ ประกอบด้วยขั้นตอนต่าง ๆ ได้แก่ การจัดซื้อที่ดิน งานมวลชนสัมพันธ์ การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ( EIA ) การจัดเตรียมเอกสารประกวดราคา การจัดซื้อ การออกแบบ การผลิต การขนส่งอุปกรณ์ต่าง ๆ งานติดตั้งเครื่องผลิตไฟฟ้ากังหันก๊าซ เครื่องผลิตไอน้ำ เครื่องผลิตไฟฟ้ากังหันไอน้ำ อุปกรณ์ไฟฟ้า และระบบควบคุม และงานทดสอบการเดินเครื่อง

โรงไฟฟ้าจะนะเริ่มทำการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2547 คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเห็นชอบรายงานเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2548 จากนั้น คณะกรรมการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ( สศช. ) พิจารณาให้ความเห็นชอบโครงการเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2548 และคณะรัฐมนตรีอนุมัติโครงการ เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2548 จากนั้น กฟผ. เริ่มดำเนินการก่อสร้างโดยลำดับและสามารถจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์เมื่อ วันที่ 15 กรกฎาคม 2551

การมีส่วนร่วมของชุมชน

ชุมชนมีส่วนร่วมกับโครงการโรงไฟฟ้าตั้งแต่ช่วงก่อนดำเนินโครงการ ผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของชุมชน และมีส่วนสำคัญในการกำหนดมาตรการต่างๆ ในรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมและในระหว่างดำเนินการก่อสร้างโครงการตลอดจน ดำเนินโครงการ ชุมชนมีส่วนร่วมผ่ายคณะกรรมการและคณะทำงานไตรภาคี รวม 5 ชุด ดังนี้

  1. คณะกรรมการร่วมติดตามและตรวจสอบการดำเนินงานและพัฒนาสิ่งแวดล้อมชุมชน
  2. คณะทำงานการมีส่วนร่วมและกลั่นกรองแผนในการพัฒนาชุมชน (นายอำเภอจะนะ – ประธาน)
  3. คณะทำงานติดตามตรวจสอบการสูบน้ำในคลองโพมาและคุณภาพน้ำทิ้งในคลองบางเป็ด (ปลัดอาวุโสอำเภอจะนะ – ประธาน)
  4. คณะผู้ตรวจการสิ่งแวดล้อมโรงไฟฟ้าจะนะ (ผู้อำนายนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมที่ 16 - ประธาน)
  5. อาสาสมัครสิ่งแวดล้อม (กฟผ. 4 คน, ชุมชน 4 คน) คณะกรรมการ และคณะทำงานทั้ง 5 ชุด มีผู้ทรงคุณวุฒิ ปราชญ์ชาวบ้าน และตัวแทนชุมชน เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการและคณะทำงาน

โรงไฟฟ้าจะนะให้อะไรกับชุมชน

ในช่วงระหว่างก่อสร้าง กฟผ. จัดสรรงบประมาณปีละ 5.1 ล้านบาททุกปี เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชน โดย 5 ตำบลรอบในประกอบด้วย ตำบลคลองเปียะ ป่าชิง ตลิ่งชัน นาทับ และจะโหนง ได้งบประมาณปีละ 500,000 บาท ส่วน 9 ตำบลรอบนอกได้รับปีละ 280,000 บาท โดยชุมชนเป็นผู้เสนอโครงการและบริหารโครงการกันเอง เช่น จัดซื้ออุปกรณ์การศึกษา คอมพิวเตอร์ ค่าตอบแทนครูสอนศาสนา ก่อสร้างศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สวนสาธารณะ ปรับปรุงมัสยิด เป็นต้น

มีการส่งเสริมอาชีพและพัฒนาอาชีพที่เหมาะสมกับความต้องการของชุมชน และตรงกับวัตถุดิบของชุมชนที่มีภายในท้องถิ่น สามารถดำเนินการประกอบอาชีพได้อย่างยั่งยืน และส่งเสริมอาชีพ โดยอาศัยหลักการต่อยอด เช่น อาชีพทำกรงนกของบ้านควนหัวช้าง การทำกะปิของกลุ่มแม่บ้านในตำบลนาทับ เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีการปล่อย สัตว์น้ำลงคลองนาทับปีละ 1 ล้านตัว การมอบทุนการศึกษา โครงการแว่นแก้ว การออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ค่ายเยาวชน และสนับสนุนกิจกรรมสาธารณะประโยชน์ต่างๆ

จัดทำโดย : การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย